คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4758/2558
บุกรุก
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ความผิดฐานบุกรุกสำเร็จลงเมื่อผู้กระทำเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต การครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นต่อไปภายหลัง ไม่ถือเป็นความผิดฐานบุกรุกที่เกิดขึ้นใหม่.
ย่อคำพิพากษา
ความผิดฐานบุกรุกสำเร็จแล้วตั้งแต่จำเลยทั้งสองเข้าไปปลูกเพิงขายอาหารชั่วคราวในที่ดินโจทก์ร่วมเมื่อปี 2547 การที่จำเลยทั้งสองครอบครองที่ดินโจทก์ร่วมต่อมาหลังจากนั้นด้วยการก่อสร้างต่อเติมอาคารคอนกรีตชั้นเดียวจนถึงช่วงเกิดเหตุตามฟ้องคือ ระหว่างเดือนสิงหาคม 2550 ถึงวันที่ 17 มิถุนายน 2554 เป็นเพียงผลของการบุกรุกเท่านั้น ไม่ใช่เป็นความผิดต่อเนื่องในอันที่จำเลยทั้งสองจะมีความผิดฐานบุกรุกขึ้นมาอีก การกระทำของจำเลยทั้งสองในช่วงเกิดเหตุตามฟ้องจึงไม่มีความผิดฐานบุกรุก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 362, 365
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ระหว่างพิจารณา นางสาวอธีตา ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (2) ประกอบมาตรา 83, 362 จำคุกคนละ 1 ปี ทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 8 เดือน
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกามีว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานบุกรุกตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า จำเลยทั้งสองบุกรุกเข้าไปปลูกเพิงขายอาหารชั่วคราวในที่ดินโจทก์ร่วมมาตั้งแต่ปี 2547 แล้ว หลังจากนั้นจำเลยทั้งสองก็อาศัยอยู่ในที่ดินโจทก์ร่วมเรื่อยมาจนถึงในช่วงเกิดเหตุ จำเลยทั้งสองจึงก่อสร้างต่อเติมเพิงชั่วคราวจนกลายมาเป็นอาคารคอนกรีตชั้นเดียวในที่ดินโจทก์ร่วม เมื่อความผิดฐานบุกรุกเกิดขึ้นและเป็นความผิดสำเร็จแล้วตั้งแต่จำเลยทั้งสองเข้าไปปลูกเพิงขายอาหารชั่วคราวในที่ดินโจทก์ร่วมในปี 2547 ส่วนการครอบครองที่ดินโจทก์ร่วมของจำเลยทั้งสองต่อมา หลังจากนั้นจนถึงในช่วงเกิดเหตุตามฟ้องที่จำเลยทั้งสองก่อสร้างต่อเติมอาคารคอนกรีตชั้นเดียวในที่ดินโจทก์ร่วมเป็นเพียงผลของการบุกรุกเท่านั้น ไม่ใช่เป็นความผิดต่อเนื่องในอันที่จำเลยทั้งสองจะมีความผิดฐานบุกรุกขึ้นมาอีก เมื่อเป็นดังนี้ การกระทำของจำเลยทั้งสองในช่วงเกิดเหตุตามฟ้องจึงไม่มีความผิดฐานบุกรุกที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4758/2558
พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี โจทก์
นางอธีตา ภูรีทิพย์ โจทก์ร่วม
นางสาวนงนุช ชูดอกไม้ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี · โจทก์ร่วม - นางอธีตา ภูรีทิพย์ · จำเลย - นางสาวนงนุช ชูดอกไม้ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พีรศักดิ์ ไวกาสี · กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์ · เสรี เพศประเสริฐ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นางสาวอภิณห์พร เพชรวรวิวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายวีระพงศ์ สุดาวงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | อ.784/2558 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา