⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4214/2559

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4214/2559

พ.ร.บ.ปุ๋ย ม.3, 4, 30 ฯลฯ · ป.อาญา ม.29, 33, 78 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ต้องพิจารณาจากเจตนาในการกระทำความผิดแต่ละกรรมแยกต่างหากจากกันได้ แม้การกระทำจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันหรือเกี่ยวกับทรัพย์สินอย่างเดียวกันก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องแยกเป็นข้อ ๆ ว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันผลิตปุ๋ยเคมีปลอมเพื่อการค้า ร่วมกันผลิตปุ๋ยเคมีซึ่งแสดงชื่อการค้าไม่ถูกต้อง ร่วมกันผลิตปุ๋ยเคมีที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่มิได้ขึ้นทะเบียน และร่วมกันจำหน่ายโดยการขายปุ๋ยเคมีดังกล่าวให้แก่ร้าน จ. แสดงว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองแยกเป็นรายกระทงความผิดตามที่โจทก์บรรยายฟ้อง ทั้งความผิดฐานร่วมกันผลิตปุ๋ยเคมีปลอมเพื่อการค้า ฐานร่วมกันผลิตปุ๋ยเคมีซึ่งแสดงชื่อการค้าไม่ถูกต้อง และฐานร่วมกันผลิตปุ๋ยเคมีที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่มิได้ขึ้นทะเบียน กับความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายปุ๋ยเคมีดังกล่าวเป็นความผิดที่ต้องอาศัยเจตนาในการกระทำความผิดแยกต่างหากจากกันได้ แม้ปุ๋ยเคมีปลอม ปุ๋ยเคมีซึ่งแสดงชื่อการค้าไม่ถูกต้อง ปุ๋ยเคมีที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่มิได้ขึ้นทะเบียน และปุ๋ยเคมีที่จำเลยทั้งสองร่วมกันจำหน่ายเป็นจำนวนเดียวกัน และจำเลยทั้งสองร่วมกันขายปุ๋ยเคมีดังกล่าวในช่วงเวลาเดียวกันก็ตาม แต่การกระทำของจำเลยทั้งสองดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าจำเลยทั้งสองมีเจตนาแยกการร่วมกันผลิตปุ๋ยเคมีปลอมเพื่อการค้า ร่วมกันผลิตปุ๋ยเคมีซึ่งแสดงชื่อการค้าไม่ถูกต้อง และร่วมกันผลิตปุ๋ยเคมีที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่มิได้ขึ้นทะเบียนต่างหากจากการร่วมกันขายปุ๋ยเคมีดังกล่าวตั้งแต่จำเลยทั้งสองร่วมกันขายปุ๋ยเคมีให้แก่ร้าน จ. แล้ว การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตาม ป.อ. มาตรา 91

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 ม.3 พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 ม.4 พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 ม.30 พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 ม.32 พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 ม.35 พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 ม.63 พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 ม.64 พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 ม.71 พระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 ม.72

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 มาตรา 3, 4, 30, 32, 35, 63, 64, 71, 72, 72/5, 72/6 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 91 ริบปุ๋ยเคมีปลอมของกลางให้ตกแก่กรมวิชาการเกษตรเพื่อทำลายเสียหรือจัดการตามที่เห็นควร และให้นับโทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1268/2558, 1390/2558, 1595/2558, 1517/2558, 1605/2558, 1632/2558, 1524/2558 และ 1659/2558 กับคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2523/2557, 3412/2557 และ 3413/2557 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การรับสารภาพ กับให้การเพิ่มเติมว่าฟ้องคดีนี้เป็นฟ้องซ้ำและฟ้องซ้อนกับคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2523/2557, 2531 - 2534/2557 และ 2615/2557 กับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1268/2558 ของศาลชั้นต้น และจำเลยที่ 2 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติปุ๋ย พ.ศ.2518 มาตรา 30 (1) (5), 32 (3) (5), 63 วรรคหนึ่ง, 64 วรรคหนึ่ง, 71 วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่ง, 72/6 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันผลิตปุ๋ยปลอมเพื่อการค้า ปุ๋ยที่ต้องขึ้นทะเบียน แต่มิได้ขึ้นทะเบียน ปุ๋ยเคมีที่แสดงเครื่องหมายการค้าของผู้ผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้าไม่ตรงกับความจริงและปุ๋ยเคมีที่ผลิตขึ้นโดยมีปริมาณธาตุอาหารรับรองธาตุต่ำกว่าร้อยละสิบตามที่ขึ้นทะเบียนไว้หรือระบุไว้ในฉลาก เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันผลิตปุ๋ยปลอมเพื่อการค้าซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำเลยที่ 1 ปรับ 200,000 บาท จำเลยที่ 2 จำคุก 5 ปี ฐานร่วมกันขายปุ๋ยเคมีปลอมเพื่อการค้า ฐานร่วมกันขายปุ๋ยเคมีที่แสดงเครื่องหมายการค้าของผู้ผลิตปุ๋ยเคมีเพื่อการค้าไม่ตรงกับความจริง และฐานร่วมกันขายปุ๋ยเคมีที่ต้องขึ้นทะเบียน แต่มิได้ขึ้นทะเบียน เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันขายปุ๋ยเคมีปลอมเพื่อการค้าซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำเลยที่ 1 ปรับ 120,000 บาท จำเลยที่ 2 จำคุก 3 ปี รวมจำเลยที่ 1 ปรับ 320,000 บาท จำเลยที่ 2 จำคุก 8 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จำเลยที่ 1 ปรับ 160,000 บาท จำเลยที่ 2 จำคุก 4 ปี หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 นับโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1390/2558, 1595/2558, 1517/2558, 1605/2558, 1632/2558, 1524/2558 และ 1659/2558 ของศาลชั้นต้น ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1268/2558 ของศาลชั้นต้นนั้น ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง และคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2523/2557, 3412/2557 และ 3413/2557 ของศาลชั้นต้น ยังไม่มีคำพิพากษา จึงให้ยกคำขอ ริบปุ๋ยเคมีปลอมของกลางให้ตกแก่กรมวิชาการเกษตรเพื่อทำลายหรือจัดการตามที่เห็นสมควร จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันผลิตปุ๋ยเคมีปลอมเพื่อการค้าซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำเลยที่ 1 ปรับ 200,000 บาท จำเลยที่ 2 จำคุก 5 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จำเลยที่ 1 ปรับ 100,000 บาท จำเลยที่ 2 จำคุก 2 ปี 6 เดือน หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องแยกเป็นข้อ ๆ ว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันผลิตปุ๋ยเคมีปลอมเพื่อการค้า ร่วมกันผลิตปุ๋ยเคมีซึ่งแสดงชื่อการค้าไม่ถูกต้อง ร่วมกันผลิตปุ๋ยเคมีที่ต้องขึ้นทะเบียน แต่มิได้ขึ้นทะเบียน และร่วมกันจำหน่ายโดยการขายปุ๋ยเคมีดังกล่าวให้แก่ร้านจิตติชัยการเกษตร แสดงว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองแยกเป็นรายกระทงความผิดตามที่โจทก์บรรยายฟ้อง ทั้งความผิดฐานร่วมกันผลิตปุ๋ยเคมีปลอมเพื่อการค้า ฐานร่วมกันผลิตปุ๋ยเคมีซึ่งแสดงชื่อการค้าไม่ถูกต้อง และฐานร่วมกันผลิตปุ๋ยเคมีที่ต้องขึ้นทะเบียน แต่มิได้ขึ้นทะเบียน กับความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายปุ๋ยเคมีดังกล่าวเป็นความผิดที่อาศัยเจตนาในการกระทำความผิดแยกต่างหากจากกันได้ แม้ปุ๋ยเคมีปลอม ปุ๋ยเคมีซึ่งแสดงชื่อการค้าไม่ถูกต้อง ปุ๋ยเคมีที่ต้องขึ้นทะเบียน แต่มิได้ขึ้นทะเบียน และปุ๋ยเคมีที่จำเลยทั้งสองร่วมกันจำหน่ายเป็นจำนวนเดียวกัน และจำเลยทั้งสองร่วมกันขายปุ๋ยเคมีดังกล่าวในช่วงเวลาเดียวกันก็ตาม แต่การกระทำของจำเลยทั้งสองดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าจำเลยทั้งสองมีเจตนาแยกการร่วมกันผลิตปุ๋ยเคมีปลอมเพื่อการค้า ร่วมกันผลิตปุ๋ยเคมีซึ่งแสดงชื่อการค้าไม่ถูกต้อง และร่วมกันผลิตปุ๋ยเคมีที่ต้องขึ้นทะเบียน แต่มิได้ขึ้นทะเบียน ต่างหากจากการร่วมกันขายปุ๋ยเคมีดังกล่าวตั้งแต่จำเลยทั้งสองร่วมกันขายปุ๋ยเคมีให้แก่ร้านจิตติชัยการเกษตรแล้ว การกระทำของจำเลยทั้งสองในความผิดฐานร่วมกันผลิตปุ๋ยเคมีปลอมเพื่อการค้า ร่วมกันผลิตปุ๋ยเคมีซึ่งแสดงชื่อการค้าไม่ถูกต้อง และร่วมกันผลิตปุ๋ยเคมีที่ต้องขึ้นทะเบียน แต่มิได้ขึ้นทะเบียน กับความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายโดยการขายปุ๋ยเคมีดังกล่าว จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 หาใช่กรรมเดียวกันดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาไม่ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4214/2559 พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี โจทก์ บริษัทเกษตรอุดมทรัพย์ อินเตอร์เทรด จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลพบุรี · จำเลย - บริษัทเกษตรอุดมทรัพย์ อินเตอร์เทรด จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพโรจน์ นวานุช · ปิยกุล บุญเพิ่ม · สุรางคนา กมลละคร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลพบุรี - นางสาวกานต์พิชชา บำรุงศักดิ์สันติ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายวีระวัตร บุณยบุตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.1210/2559

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 959/2531ฎีกา 4/2508ฎีกา 1837/2531ฎีกา 9026/2553ฎีกา 6575/2551ฎีกา 2581/2548ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 9647/2557ฎีกา 4180/2548ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5598/2540ฎีกา 6355/2544ฎีกา 531/2510ฎีกา 647/2563ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา