⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6426/2560

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6426/2560

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ม.4, 7, 8 ฯลฯ · ป.อาญา ม.29, 30, 32 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่นำยาเสพติดให้โทษออกมาวางให้ผู้อื่นเสพ ถือเป็นการจำหน่ายตามกฎหมาย และการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายกับจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ เป็นความผิดคนละกรรมกัน ต้องลงโทษทุกกรรม.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยนำเมทแอมเฟตามีน 12 เม็ด ติดตัวไปที่บ้านที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านที่ ณ. พักอาศัยอยู่ พบ ณ. กับ น. และพวกรวมประมาณ 5 ถึง 6 คน ซึ่งไม่ปรากฏว่าบุคคลดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับจำเลยอย่างไร และทั้งหมดนั่งล้อมวงอยู่ด้วยกันบริเวณด้านหลังของบ้านที่เกิดเหตุ โดยจำเลยนำเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยมีไว้ในครอบครอง 2 เม็ด ออกมาวางตรงกลางเพื่อจำเลยและทุกคนได้เสพ ถือเป็นการกระทำอันเป็นการแพร่กระจายยาเสพติดให้โทษไปสู่บุคคลอื่น เข้าลักษณะแจกจ่าย ซึ่งอยู่ในความหมายของการจำหน่ายตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4 แล้ว การที่ น. หยิบเอาเมทแอมเฟตามีน 2 เม็ดไว้ แม้ น. และบุคคลอื่นเหล่านั้นจะยังไม่ทันได้เสพก็ตาม การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีน 12 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน 2 เม็ด โดยไม่ได้รับอนุญาต การที่จำเลยมีเมทแอมเฟตามีน 12 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ย่อมเป็นความผิดสำเร็จแล้วกระทงหนึ่ง และเมื่อจำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน 2 เม็ด แม้เมทแอมเฟตามีน 2 เม็ด จะเป็นส่วนหนึ่งของเมทแอมเฟตามีน 12 เม็ด ที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดอีกกระทงหนึ่ง การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดสองกรรมต่างกัน ซึ่งต้องเรียงกระทงลงโทษจำเลยทุกกรรมตาม ป.อ. มาตรา 91 (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 8/2560)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.7 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.8 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.67 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.102

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 91 และริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง จำคุก 5 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง ข้อหาอื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 67 จำคุก 2 ปี และปรับ 40,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน และปรับ 26,666.66 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เห็นสมควรให้โอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดีสักครั้ง โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และให้คุมความประพฤติจำเลยไว้มีกำหนด 2 ปี นับแต่วันที่อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟัง โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง ตามวันเวลาและเงื่อนไขที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรกำหนด กับให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรมีกำหนด 20 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า ตามวัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุ จำเลยและเด็กหญิงนาริน กับพวก รวมประมาณ 5 ถึง 6 คน นั่งล้อมวงกันในห้องที่เกิดเหตุ โดยจำเลยมีเมทแอมเฟตามีน 12 เม็ด น้ำหนักรวม 1.108 กรัม ไว้ในครอบครอง และจำเลยได้นำเมทแอมเฟตามีน 2 เม็ด ที่จำเลยมีไว้ในครอบครองออกมาวางกลางวงเพื่อจำเลยและพวกจะได้ร่วมกันเสพเมทแอมเฟตามีน 2 เม็ดดังกล่าว แต่เนื่องจากมีเจ้าพนักงานตำรวจเข้ามาแสดงตัวเพื่อจับกุม จำเลยและพวกจึงพากันวิ่งหลบหนี เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยพร้อมเมทแอมเฟตามีน 10 เม็ด กับเงินสด 1,400 บาท และจับเด็กหญิงนารินได้พร้อมกับเมทแอมเฟตามีน 2 เม็ด ที่เด็กหญิงนารินหยิบเอาไว้ก่อนวิ่งหลบหนี มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อแรกว่า จำเลยมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีน 12 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน 2 เม็ด ที่จำเลยมีไว้ในครอบครองหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่า ขณะเกิดเหตุ จำเลยอายุ 23 ปี มีสามีแล้ว มีบุตร 1 คน จำเลยมีอาชีพรับจ้างกรีดยาง และจำเลยต้องทราบอยู่แล้วว่าเมทแอมเฟตามีนเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรง ผู้ใดมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเป็นความผิดตามกฎหมาย เจ้าพนักงานตำรวจมีอำนาจจับกุมตัวไปดำเนินคดีได้ การที่จำเลยมีเมทแอมเฟตามีน 12 เม็ด ไว้ในครอบครอง หากจำเลยมิได้มีเจตนาที่จะจำหน่าย หรือแจกจ่ายไปให้แก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด จำเลยก็ไม่สมควรนำเมทแอมเฟตามีนทั้ง 12 เม็ด ติดตัวไปตามสถานที่ต่างๆ ที่ไม่ใช่บ้านอันเป็นเคหสถานของตนเอง เพราะเสี่ยงต่อการถูกตรวจค้นและถูกจับกุม การที่จำเลยนำเมทแอมเฟตามีน 12 เม็ด พกติดตัวไปที่บ้านที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านที่นายณัฐพงษ์ พักอาศัยอยู่ ไปพบกับนายณัฐพงษ์ เด็กหญิงนาริน และพวกรวมประมาณ 5 ถึง 6 คน ซึ่งไม่ปรากฏว่าบุคคลดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับจำเลยอย่างไร และทั้งหมดนั่งล้อมวงอยู่ด้วยกันบริเวณด้านหลังของบ้านที่เกิดเหตุ โดยจำเลยนำเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยมีไว้ในครอบครอง 2 เม็ด ออกมาวางตรงกลางเพื่อจำเลยและทุกคนได้เสพ ซึ่งถือเป็นการกระทำอันเป็นการแพร่กระจายยาเสพติดให้โทษไปสู่บุคคลอื่น เข้าลักษณะแจกจ่าย ซึ่งอยู่ในความหมายของการจำหน่ายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4 แล้ว การที่เด็กหญิงนารินหยิบเอาเมทแอมเฟตามีน 2 เม็ดดังกล่าวไว้ แม้เด็กหญิงนารินและบุคคลอื่นเหล่านั้นจะยังไม่ทันได้เสพก็ตาม การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีน 12 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน 2 เม็ด โดยไม่ได้รับอนุญาต ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อต่อไปว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรมต่างกัน ซึ่งต้องเรียงกระทงลงโทษจำเลยทุกกรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 หรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า การที่จำเลยมีเมทแอมเฟตามีน 12 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ย่อมเป็นความผิดสำเร็จแล้วกระทงหนึ่ง และเมื่อจำเลยได้จำหน่ายเมทแอมเฟตามีน 2 เม็ด แม้เมทแอมเฟตามีน 2 เม็ด จะเป็นส่วนหนึ่งของเมทแอมเฟตามีน 12 เม็ด ที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดอีกกระทงหนึ่ง การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดสองกรรมต่างกัน ซึ่งต้องเรียงกระทงลงโทษจำเลยทุกกรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้นเช่นกัน พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 4 ปี และปรับ 80,000 บาท ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 4 ปี และปรับ 80,000 บาท คำให้การชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 2 ปี 8 เดือน และปรับ 53,333.33 บาท ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 2 ปี 8 เดือน และปรับ 53,333.33 บาท รวมจำคุก 4 ปี 16 เดือน และปรับ 106,666.66 บาท พิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แห่งคดี ปริมาณเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย เป็นจำนวนเล็กน้อย ประกอบกับจำเลยเป็นหญิงซึ่งพ้นจากวัยรุ่นไม่นาน มีบุตรที่ต้องเลี้ยงดู และไม่ปรากฏว่าเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ทั้งยังต้องขังในคดีนี้มานานเกือบ 2 ปีแล้ว จึงเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดีสักครั้ง โดยให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษ โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติปีละครั้ง เพื่อให้พนักงานคุมประพฤติให้คำแนะนำหรือช่วยเหลือในการไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษอีก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 (ที่แก้ไขใหม่) หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 (ที่แก้ไขใหม่) ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6426/2560 พนักงานอัยการจังหวัดเวียงสระ โจทก์ นางสาวระพีพรรณหรือเมย์ ขนาบแก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเวียงสระ · จำเลย - นางสาวระพีพรรณหรือเมย์ ขนาบแก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · นิพันธ์ ช่วยสกุล · ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเวียงสระ - นายสุริน ชูแก้ว · ศาลอุทธรณ์ - นายธีระพงศ์ เพ็ญตระการ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2533/2559

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9026/2553ฎีกา 2581/2548ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 9647/2557ฎีกา 4180/2548ฎีกา 8080/2538ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1992/2530ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5598/2540ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 647/2563ฎีกา 8297/2540ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 239/2484ฎีกา 960/2559ฎีกา 5806/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา