⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2659/2561

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2659/2561

พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ม.4, 5, 7 ฯลฯ · ป.อาญา ม.29, 30, 32 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ขายวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 มีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของฉลากและต้องแสดงฉลากที่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด.

ย่อคำพิพากษา

พ.ร.บ. วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 มาตรา 4 นิยามคำว่า "ฉลาก" หมายความว่า รูป รอยประดิษฐ์ หรือข้อความใด ๆ ซึ่งแสดงไว้ที่วัตถุอันตราย หรือภาชนะบรรจุ หรือหีบห่อบรรจุ หรือสอดแทรก หรือรวมไว้กับวัตถุอันตราย หรือภาชนะบรรจุ หรือหีบห่อบรรจุ และหมายความรวมถึงเอกสาร หรือคู่มือประกอบการใช้วัตถุอันตรายด้วย มาตรา 62 บัญญัติให้เป็นหน้าที่ของผู้ขายสินค้าเคมีที่เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 จะต้องระมัดระวังตรวจสอบความเชื่อถือได้ของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าหรือผู้จัดหาวัตถุอันตรายนั้นให้แก่ตน ความถูกต้องของภาชนะบรรจุและฉลาก ความเหมาะสมของการเก็บรักษา และความไว้วางใจได้ของผู้ที่รับมอบวัตถุอันตรายไปจากตนและมาตรา 83 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้ผู้ที่ขายวัตถุอันตรายโดยไม่มีฉลากหรือมีฉลากแต่ฉลาก หรือการแสดงฉลากไม่ถูกต้องมีความผิด นอกจากนี้ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง ฉลากและระดับความเป็นพิษของวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ พ.ศ.2538 ข้อ 6 (12) กำหนดให้วัตถุอันตรายที่ขายหรือจำหน่าย หรือแสดงไว้เพื่อขายหรือจำหน่ายต้องมีฉลากขนาดที่เหมาะสมกับภาชนะบรรจุ ปิดหรือพิมพ์ไว้ที่ภาชนะบรรจุวัตถุอันตรายทุกชิ้น ฉลากดังกล่าวต้องมีเดือนปีที่ผลิต หรือหมดอายุการใช้ เช่นนี้ เห็นได้ว่ากฎหมายให้ความสำคัญกับฉลาก วันเดือนปีที่ผลิตที่ผู้ขายต้องแสดงให้ลูกค้าทราบเพื่อรู้ว่าสินค้าหมดอายุเมื่อใด จึงกำหนดให้เป็นหน้าที่ของผู้ผลิตและผู้ขายวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมที่ต้องติดฉลากแสดงรายละเอียดต่าง ๆ ของวัตถุอันตรายที่ผลิตหรือขายทั้งภาชนะที่บรรจุคือขวดไม่ว่าชนิดใดและหีบห่อบรรจุคือกล่อง จำเลยทั้งสองเป็นผู้ขายสารกำจัดวัชพืชและสารกำจัดแมลงของกลางอันเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม โดยจำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ 2 ซึ่งผ่านการฝึกอบรมจากกรมวิชาการเกษตรและขึ้นทะเบียนเป็นผู้เชี่ยวชาญสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบฉลากและภาชนะวัตถุอันตรายตามที่กฎกระทรวงกำหนดเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ดังนั้น จำเลยทั้งสองจึงมีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของฉลากแสดงวันเดือนปีที่ผลิตสินค้าก่อนส่งให้ลูกค้า... จำเลยทั้งสองไม่ได้เปิดกล่องกระดาษตรวจดูเป็นรายขวดหรือแกลลอนที่บรรจุเนื่องจากเห็นว่าหากกล่องกระดาษมีร่องรอยการแกะก่อนส่งให้ลูกค้าจะมองดูไม่น่าเชื่อถือ ทั้งการตรวจสินค้าดังกล่าวเป็นประเพณีทางการค้าที่ผู้ผลิตสินค้าประเภทนี้และผู้จัดจำหน่ายปฏิบัติต่อกัน จำเลยทั้งสองเป็นผู้จัดจำหน่ายจึงไม่สามารถล่วงรู้ว่าสินค้าเคมีเกษตรแต่ละชนิดที่บริษัท พ. ผลิตออกมา มีรายการวันเดือนปีที่ผลิตติดไว้ครบถ้วนทุกขวดทุกแกลลอนหรือไม่ เป็นหน้าที่ของบริษัท พ. ที่จะต้องติดรายการวันเดือนปีที่ผลิต นั้น จำเลยทั้งสองสามารถส่งพนักงานไปตรวจสอบสินค้าที่บริษัท พ. ผลิตก่อนที่จะบรรจุกล่อง หากพบว่าฉลากไม่ได้ระบุวันเดือนปีที่ผลิตก็สามารถแก้ไขได้ เมื่อจำเลยทั้งสองไม่ได้ดำเนินการตรวจสอบดังกล่าว กรณีต้องถือว่าจำเลยทั้งสองละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ของผู้ขายสินค้าเคมีตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 62 แห่ง พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติ วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ม.4 พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ม.4 พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ม.5 พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ม.7 พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ม.20 พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ม.21 พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ม.23 พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ม.73 พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ม.83 พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ม.88

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 มาตรา 4, 5, 7, 20, 21, 23, 73, 83, 88 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91 และริบวัตถุอันตรายของกลางให้กรมวิชาการเกษตรเพื่อทำลายหรือจัดการตามที่เห็นสมควร โดยให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นให้แก่ทางราชการ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 มาตรา 23 (ที่ถูก มาตรา 23 วรรคหนึ่ง), 73, 83 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 40,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 4 เดือน ฐานร่วมกันขายวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยมีฉลากแต่ฉลากไม่ถูกต้อง ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 40,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 4 เดือน ทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 60,000 บาท คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 6 เดือน หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 ริบวัตถุอันตรายของกลางให้กรมวิชาการเกษตร คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 แผนกคดีสิ่งแวดล้อม พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานร่วมกันขายวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยมีฉลากแต่ฉลากไม่ถูกต้อง ส่วนความผิดฐานร่วมกันมีวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต สำหรับจำเลยที่ 2 ให้ปรับ 40,000 บาท อีกสถานหนึ่ง ลดโทษหนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงปรับ 30,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 (ที่แก้ไขใหม่) ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 (ที่แก้ไขใหม่) ส่วนจำเลยที่ 1 คงปรับ 30,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยทั้งสองไม่โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังได้เป็นที่ยุติว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ 2 ซึ่งผ่านการฝึกอบรมจากกรมวิชาการเกษตรและขึ้นทะเบียนเป็นผู้เชี่ยวชาญสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบฉลากและภาชนะวัตถุอันตรายตามที่กฎกระทรวงกำหนดเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยทั้งสองร่วมกันประกอบกิจการค้าขายสินค้าประเภทเคมีเกษตรมาตั้งแต่ปี 2547 โดยซื้อสินค้าเคมีเกษตรจากบริษัทพานาแลบ จำกัด แล้วฝากสินค้าให้บริษัทพานาแลบ จำกัด เป็นผู้เก็บรักษาไว้แทนจำเลยทั้งสอง เมื่อมีผู้สั่งซื้อสินค้า จำเลยทั้งสองจะแจ้งให้บริษัทพานาแลบ จำกัด จัดส่งสินค้าไปให้ลูกค้าโดยตรง ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุดังฟ้อง จำเลยทั้งสองร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งสารกำจัดแมลง ชื่อทางการค้า เคนโรมิกซ์ ชื่อสามัญ Dimethoate (ไดเมโทเอต) อันเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม จำนวน 2 ขวด โดยไม่ได้รับอนุญาต และจำเลยทั้งสองร่วมกันขายสารกำจัดวัชพืช ชื่อทางการค้า พี - ไรซ์ ไดเมทิลแอมโมเนียม ชื่อสามัญ 2, 4 - D dimenthylammonium บรรจุในขวดแก้วสีชา ขนาด 1,000 ซีซี จำนวน 2 ขวด สารกำจัดวัชพืช ชื่อทางการค้า ไกลโฟเซต 48 ชื่อสามัญ Glyphosate isopropylammonium salt บรรจุในขวดพลาสติก ขนาด 1 ลิตร จำนวน 2 ขวด สารกำจัดวัชพืช ชื่อทางการค้า ซีมิกซ์ ชื่อสามัญ Abamectin บรรจุในขวดแก้วสีชา ขนาด 500 ซีซี จำนวน 2 ขวด สารกำจัดวัชพืช ชื่อทางการค้า พาราควอต ชื่อสามัญ Paraquat dichloride บรรจุแกลลอนพลาสติก ขนาด 1 ลิตร จำนวน 2 ขวด สารกำจัดแมลง ชื่อทางการค้า ซีโก้ 35 ชื่อสามัญ Cypermethrin บรรจุในขวดแก้วสีชา ขนาด 1,000 ซีซี จำนวน 2 ขวด สารกำจัดแมลง ชื่อทางการค้า ฟีโก้ 40 ชื่อสามัญ Chlorpyrifos บรรจุในขวดแก้วสีชา ขนาด 500 ซีซี จำนวน 2 ขวด และสารกำจัดแมลง ชื่อทางการค้า ซีโก้ 10 ชื่อสามัญ Cypermethrin บรรจุในขวดแก้วสีชา ขนาด 500 ซีซี จำนวน 2 ขวด อันเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งสารกำจัดวัชพืชและสารกำจัดแมลงดังกล่าวทั้งที่บรรจุขวดและแกลลอนมีฉลากที่ไม่ได้ระบุวันที่ผลิต นายสาโรจน์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ กรมวิชาการเกษตรและคณะยึดสารกำจัดวัชพืชและสารกำจัดแมลงดังกล่าวทั้งหมดไปตรวจสอบและอธิบดีกรม - วิชาการเกษตรมอบอำนาจให้นายโสภณ นิติกรปฏิบัติงานไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสองในความผิดฐานร่วมกันมีวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและฐานร่วมกันขายวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยมีฉลากแต่ฉลากไม่ถูกต้อง สำหรับความผิดฐานร่วมกันมีวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา คดีเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานร่วมกันขายวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยมีฉลากแต่ฉลากไม่ถูกต้องตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่าการกระทำของจำเลยทั้งสองที่ร่วมกันขายวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยมีฉลากแต่ฉลากไม่มีวันเดือนปีที่ผลิตครบองค์ประกอบของความผิดฐานนี้แล้ว เห็นว่า ความผิดฐานนี้พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 มาตรา 4 นิยามคำว่า "ฉลาก" หมายความว่า รูป รอยประดิษฐ์ หรือข้อความใด ๆ ซึ่งแสดงไว้ที่วัตถุอันตราย หรือภาชนะบรรจุ หรือหีบห่อบรรจุ หรือสอดแทรก หรือรวมไว้กับวัตถุอันตราย หรือภาชนะ บรรจุ หรือหีบห่อบรรจุ และหมายความรวมถึงเอกสาร หรือคู่มือประกอบการใช้วัตถุอันตรายด้วย มาตรา 62 บัญญัติให้เป็นหน้าที่ของผู้ขายสินค้าเคมีที่เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 จะต้องระมัดระวังตรวจสอบความเชื่อถือได้ของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าหรือผู้จัดหาวัตถุอันตรายนั้นให้แก่ตน ความถูกต้องของภาชนะบรรจุและฉลาก ความเหมาะสมของการเก็บรักษา และความไว้วางใจได้ของผู้ที่รับมอบวัตถุอันตรายไปจากตน และมาตรา 83 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้ผู้ที่ขายวัตถุอันตรายโดยไม่มีฉลากหรือมีฉลากแต่ฉลาก หรือการแสดงฉลากไม่ถูกต้องมีความผิด นอกจากนี้ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง ฉลากและระดับความเป็นพิษของวัตถุอันตรายที่กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ พ.ศ.2538 ข้อ 6 (12) กำหนดให้วัตถุอันตรายที่ขายหรือจำหน่าย หรือแสดงไว้เพื่อขายหรือจำหน่ายต้องมีฉลากขนาดที่เหมาะสมกับภาชนะบรรจุ ปิดหรือพิมพ์ไว้ที่ภาชนะบรรจุวัตถุอันตรายทุกชิ้น ฉลากดังกล่าวต้องมีเดือนปีที่ผลิต หรือหมดอายุการใช้ เช่นนี้ เห็นได้ว่ากฎหมายให้ความสำคัญกับฉลากวันเดือนปีที่ผลิตที่ผู้ขายต้องแสดงให้ลูกค้าทราบเพื่อรู้ว่าสินค้าหมดอายุเมื่อใด จึงกำหนดให้เป็นหน้าที่ของผู้ผลิตและผู้ขายวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมที่ต้องติดฉลากแสดงรายละเอียดต่าง ๆ ของวัตถุอันตรายที่ผลิตหรือขายทั้งภาชนะที่บรรจุคือขวดไม่ว่าชนิดใดและหีบห่อบรรจุคือกล่อง จำเลยทั้งสองเป็นผู้ขายสารกำจัดวัชพืชและสารกำจัดแมลงของกลางอันเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม โดยจำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด มีจำเลยที่ 2 ซึ่งผ่านการฝึกอบรมจากกรมวิชาการเกษตรและขึ้นทะเบียนเป็นผู้เชี่ยวชาญสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบฉลากและภาชนะวัตถุอันตรายตามที่กฎกระทรวงกำหนดเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ดังนั้น จำเลยทั้งสองจึงมีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของฉลากแสดงวันเดือนปีที่ผลิตสินค้าก่อนส่งให้ลูกค้า ที่จำเลยทั้งสองนำสืบว่า จำเลยทั้งสองติดต่อซื้อสินค้าเคมีเกษตรจากบริษัทพานาแลบ จำกัด ผ่านนายโสภณ ซึ่งจำเลยทั้งสองมอบหมายให้บริษัทพานาแลบ จำกัด เป็นผู้ดำเนินการขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ขออนุญาตครอบครองวัตถุอันตราย ผลิตสินค้าเคมีเกษตรและปิดฉลากข้างภาชนะบรรจุ ตลอดจนพิมพ์หรือประทับวันเดือนปีที่ผลิตให้ จำเลยทั้งสองชำระค่าธรรมเนียมให้แก่บริษัทพานาแลบ จำกัด ตลอดมาและตรวจดูฉลากที่ติดไว้ข้างกล่องกระดาษพบว่ามีรายการวันเดือนปีที่ผลิตติดไว้ครบถ้วน จำเลยทั้งสองไม่ได้เปิดกล่องกระดาษตรวจดูเป็นรายขวดหรือแกลลอนที่บรรจุเนื่องจากเห็นว่าหากกล่องกระดาษมีร่องรอยการแกะก่อนส่งให้ลูกค้าจะมองดูไม่น่าเชื่อถือ ทั้งการตรวจสินค้าดังกล่าวเป็นประเพณีทางการค้าที่ผู้ผลิตสินค้าประเภทนี้และผู้จัดจำหน่ายปฏิบัติต่อกัน จำเลยทั้งสองเป็นผู้จัดจำหน่ายจึงไม่สามารถล่วงรู้ว่าสินค้าเคมีเกษตรแต่ละชนิดที่บริษัทพานาแลบ จำกัด ผลิตออกมา มีรายการวันเดือนปีที่ผลิตติดไว้ครบถ้วนทุกขวดทุกแกลลอนหรือไม่ เป็นหน้าที่ของบริษัทพานาแลบ จำกัด ที่จะต้องติดรายการวันเดือนปีที่ผลิต นั้น จำเลยทั้งสองสามารถส่งพนักงานไปตรวจสอบสินค้าที่บริษัทพานาแลบ จำกัด ผลิตก่อนที่จะบรรจุกล่อง หากพบว่าฉลากไม่ได้ระบุวันเดือนปีที่ผลิตก็สามารถแก้ไขได้ เมื่อจำเลยทั้งสองไม่ได้ดำเนินการตรวจสอบดังกล่าว กรณีต้องถือว่าจำเลยทั้งสองละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ของผู้ขายสินค้าเคมีตามที่ระบุไว้ใน มาตรา 62 แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 เห็นว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำมาสืบยังมีความน่าสงสัยตามสมควรว่าจำเลยทั้งสองทราบหรือไม่ว่าสินค้าเคมีเกษตรซึ่งเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่จำเลยทั้งสองขายมีการติดฉลากแต่ฉลากไม่ถูกต้องครบถ้วน ทำนองว่าจำเลยทั้งสองขาดเจตนาในการกระทำความผิด แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานนี้มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานร่วมกันขายวัตถุอันตรายชนิด ที่ 3 โดยมีฉลากแต่ฉลากไม่ถูกต้องอีกฐานหนึ่งด้วย ปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 40,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 4 เดือน และปรับ 40,000 บาท อีกสถานหนึ่ง ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสี่แล้ว คงปรับจำเลยทั้งสองคนละ 30,000 บาท เมื่อรวมกับโทษฐานอื่นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 แล้วคงปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 60,000 บาท และจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 6 เดือน และปรับ 60,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2659/2561 พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซี.วี.พี.เคมีเกษตร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซี.วี.พี.เคมีเกษตร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลิศร์ สวัสดิทัต · อุบลรัตน์ ลุยวิกกัย · สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นายประสิทธิ์ ดีกระโทก · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายวิชิต วิจิตรสกุลศักดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำสวอ.166/2560

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 959/2531ฎีกา 4/2508ฎีกา 1837/2531ฎีกา 9026/2553ฎีกา 2581/2548ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 9647/2557ฎีกา 4180/2548ฎีกา 8080/2538ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5598/2540ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 531/2510ฎีกา 647/2563ฎีกา 8297/2540ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา