⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7100/2561

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7100/2561

ป.อาญา ม.29, 30, 32 ฯลฯ · พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ม.4, 7, 8 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การช่วยเหลือผู้อื่นให้สามารถครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่ายได้ ถือเป็นการเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดนั้น

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยรับฝากเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้จาก ส. ด้วยการซุกซ่อนไว้ในเสื้อยกทรงของจำเลยในขณะที่จำเลยกับพวกขับรถผ่านด่านตรวจเพื่อช่วยเหลือ ส. ให้นำเมทแอมเฟตามีนของกลางให้รอดพ้นจากการตรวจค้นของเจ้าพนักงานตำรวจโดยไม่ถูกจับกุม เป็นการช่วยเหลือเพื่อให้ความสะดวกแก่ ส. ในการมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำเลยจึงมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน ส. ให้กระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.7 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.8 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.100

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 100, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 83 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง เพิ่มโทษจำเลยเป็นสามเท่าตามที่กฎหมายกำหนด จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสอง, 100 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ให้จำคุก 8 ปี และปรับ 800,000 บาท ทางนำสืบในชั้นพิจารณาของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ เห็นสมควรลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เป็นจำคุก 5 ปี 4 เดือน และปรับ 533,333.33 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 (ที่แก้ไขใหม่) ในการกักขังแทนค่าปรับให้กักขังได้เกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติโดยคู่ความไม่ได้โต้แย้งในชั้นฎีกาว่า จำเลยกับนายสมเจตน์ เป็นสามีภริยากันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส จำเลยเป็นข้าราชการสังกัดกรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก่อนเกิดเหตุนายสมเจตน์ขับรถยนต์ หมายเลขทะเบียน ฌย 5523 กรุงเทพมหานคร พร้อมจำเลยและนายอนุพงษ์ กับนายพนมกร เพื่อนนายสมเจตน์เดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดในภาคเหนือและพักค้างคืนที่จังหวัดเชียงใหม่ ขณะพักค้างคืนนายสมเจตน์และเพื่อนชายทั้งสองร่วมกันเสพเมทแอมเฟตามีน โดยจำเลยไม่ได้ร่วมเสพเมทแอมเฟตามีนแล้วนายสมเจตน์เก็บเมทแอมเฟตามีนที่เหลืออีก 26 เม็ด ไว้ที่ตัว ต่อมาวันที่ 26 พฤษภาคม 2557 นายสมเจตน์ขับรถยนต์พาจำเลยและเพื่อนชายทั้งสองเดินทางไปอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ขณะรถยนต์กำลังจะแล่นผ่านด่านตรวจถาวรอำเภอแม่จัน ร้อยตำรวจโท จรัญ เจ้าพนักงานตำรวจประจำด่านตรวจเห็นนายสมเจตน์และเพื่อนชายสองคนมีลักษณะคล้ายคนเพิ่งเสพยาเสพติดมาจึงขอตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะของนายสมเจตน์และเพื่อนชายทั้งสอง และพบว่ามีสารเสพติดอยู่จริง และเมื่อมีการตรวจค้นตัวจำเลยก็พบเมทแอมเฟตามีน 26 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในเสื้อยกทรงของจำเลย นายสมเจตน์และจำเลยให้การว่าเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวเป็นของนายสมเจตน์ที่ฝากจำเลยไว้ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ โจทก์มีร้อยตำรวจโท จรัญ และดาบตำรวจ สันติสุข เจ้าพนักงานตำรวจร่วมจับกุมจำเลยเป็นพยานเบิกความทำนองเดียวกันว่า ขณะที่พยานทั้งสองปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ด่านตรวจถาวรอำเภอแม่จัน และให้นายสมเจตน์หยุดรถยนต์เก๋งที่กำลังขับให้ตรวจอยู่นั้น ดาบตำรวจ สันติสุขสังเกตเห็นนายสมเจตน์กับชายอีกสองคนในรถยนต์มีท่าทางคล้ายคนที่เสพยาเสพติดให้โทษมา จึงสั่งให้นายสมเจตน์ขับรถเข้าชิดริมถนนและให้นายสมเจตน์กับชายอีกสองคนลงจากรถเพื่อทำการตรวจปัสสาวะ ส่วนจำเลยนั่งรออยู่ในรถ ผลการตรวจปัสสาวะของนายสมเจตน์กับชายสองคนพบว่ามีผลบวก แต่เมื่อค้นตัวแล้วไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย ร้อยตำรวจโท จรัญจึงให้นายสมเจตน์ขับรถอ้อมกลับไปยังที่ทำการด่านตรวจเพื่อตรวจค้นรถ ผลการตรวจค้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย แต่สังเกตเห็นว่าจำเลยมีท่าทางกระสับกระส่ายเป็นพิรุธจึงขอตรวจค้นตัวจำเลย ผลการตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีน 26 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในเสื้อยกทรงของจำเลย ร้อยตำรวจโท จรัญสอบถามนายสมเจตน์แล้วรับว่าเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวเป็นของตนที่ฝากจำเลยไว้ตอนอยู่ในรถ และจำเลยให้การว่าเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวเป็นของนายสมเจตน์ที่ฝากตนไว้ เห็นว่า พยานโจทก์ดังกล่าวเบิกความยืนยันว่า จับจำเลยได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนของกลางที่ซุกซ่อนไว้ในเสื้อยกทรงของจำเลยที่นายสมเจตน์ฝากเก็บไว้ขณะที่จำเลยกับพวกขับรถผ่านด่านตรวจที่เกิดเหตุ สอดคล้องกับคำให้การชั้นสอบสวนของนายสมเจตน์และจำเลยที่ว่า เมื่อนายสมเจตน์ขับรถไปใกล้จะถึงด่านตรวจที่เกิดเหตุ นายสมเจตน์ยื่นห่อกระดาษชำระพันถุงพลาสติกที่บรรจุเมทแอมเฟตามีนของกลางส่งให้จำเลยนำไปเก็บซ่อนไว้ที่ตัว จำเลยรับมาแล้วนำไปเก็บไว้ในเสื้อยกทรงของจำเลยมีน้ำหนักให้รับฟัง จำเลยเบิกความรับว่า เมทแอมเฟตามีนของกลางที่ค้นพบในเสื้อยกทรงของจำเลยเป็นของนายสมเจตน์สามีที่ฝากไว้ขณะถึงด่านตรวจที่เกิดเหตุ แต่อ้างว่าขณะที่นายสมเจตน์ฝากไว้ไม่ได้บอกว่าเป็นของอะไร และจำเลยไม่ทราบว่าเป็นเมทแอมเฟตามีน เห็นว่า จำเลยเป็นภริยานายสมเจตน์และได้ความว่าก่อนเกิดเหตุ 1 วัน จำเลย นายสมเจตน์ และเพื่อนนายสมเจตน์อีก 2 คน พักในโรงแรมที่พักในจังหวัดเชียงใหม่ นายสมเจตน์กับพวกได้เสพเมทแอมเฟตามีน หลังจากนั้นรุ่งเช้าได้ร่วมเดินทางมาด้วยกันจนถึงด่านตรวจที่เกิดเหตุแม้ไม่ได้ความว่าจำเลยได้ร่วมเสพเมทแอมเฟตามีนด้วย แต่จำเลยเป็นภริยานายสมเจตน์และพักร่วมห้องเดียวกับนายสมเจตน์ และร่วมเดินทางมาด้วยกัน สภาพของนายสมเจตน์และพวกอีก 2 คน ที่เจ้าพนักงานตำรวจพบมีท่าทางคล้ายคนเพิ่งเสพยาเสพติดให้โทษมา การที่นายสมเจตน์นำเมทแอมเฟตามีนของกลางฝากจำเลยไว้และจำเลยเก็บเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในเสื้อยกทรงของจำเลยเพราะไม่ต้องการให้เจ้าพนักงานตำรวจที่ประจำอยู่ที่ด่านตรวจที่เกิดเหตุตรวจค้นพบเมทแอมเฟตามีนของกลางดังกล่าว จำเลยย่อมทราบได้โดยสามัญสำนึกว่าสิ่งของที่รับฝากไว้ดังกล่าวเป็นยาเสพติดที่เป็นสิ่งของผิดกฎหมาย มิฉะนั้นนายสมเจตน์ก็คงไม่จำต้องให้จำเลยนำไปเก็บซ่อนไว้ภายในเสื้อยกทรงเพื่อมิให้เจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นพบเช่นนั้น ที่จำเลยฎีกาว่า หากจำเลยรู้ว่าสิ่งของที่นายสมเจตน์ฝากไว้เป็นเมทแอมเฟตามีนจำเลยซึ่งมีโอกาสที่จะโยนสิ่งของดังกล่าวทิ้งไปเพื่อเป็นการทำลายหลักฐานไม่ให้เหลือติดตัวจำเลย ให้ต้องถูกจับกุมในภายหลังนั้น เห็นว่า การที่จำเลยมีโอกาสขว้างเมทแอมเฟตามีนของกลางทิ้งแต่ไม่ทิ้งมิได้หมายความว่าจำเลยไม่รู้ว่าเป็นเมทแอมเฟตามีน แต่อาจเป็นเพราะจำเลยเป็นผู้หญิงการเก็บซ่อนเมทแอมเฟตามีนไว้ในเสื้อยกทรงของจำเลย ซึ่งเป็นที่ปกปิดมิดชิดยากแก่การตรวจค้น และคิดว่าเจ้าพนักงานตำรวจจะไม่ตรวจค้นตัวผู้หญิงก็เป็นได้ พยานหลักฐานของจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยรับฝากเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้จากนายสมเจตน์โดยรู้ว่าเป็นเมทแอมเฟตามีนเพื่อช่วยเหลือนายสมเจตน์ให้นำเมทแอมเฟตามีนของกลางรอดพ้นจากการตรวจค้นของเจ้าพนักงานตำรวจประจำด่านตรวจที่เกิดเหตุโดยไม่ถูกจับกุม เป็นการช่วยเหลือเพื่อให้ความสะดวกแก่นายสมเจตน์ในการมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำเลยจึงมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนนายสมเจตน์ให้กระทำผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดดังกล่าว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7100/2561 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย โจทก์ นางสาวกนกวรรณ โสมเมา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย · จำเลย - นางสาวกนกวรรณ โสมเมา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พันวะสา บัวทอง · วีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี · อโนชา ชีวิตโสภณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงราย - นายวัชระ เอี่ยมอธิคม · ศาลอุทธรณ์ - นายชัยชนะ อิสสระวิทย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2443/2560

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1837/2531ฎีกา 2581/2548ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 9647/2557ฎีกา 8080/2538ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 1992/2530ฎีกา 5598/2540ฎีกา 6355/2544ฎีกา 647/2563ฎีกา 4519/2544ฎีกา 239/2484ฎีกา 2936/2543ฎีกา 5806/2534ฎีกา 893/2563ฎีกา 5957/2530ฎีกา 3588/2564ฎีกา 8651/2558ฎีกา 16561/2557ฎีกา 1386/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา