⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 244/2562

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 244/2562

ป.อาญา ม.29, 30, 78 ฯลฯ · พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ม.4, 7, 8 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวางยาเสพติดไว้ตามที่นัดหมาย ถือว่าการกระทำความผิดสำเร็จแล้ว แม้ผู้ซื้อจะถูกควบคุมตัวอยู่ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยกับพวกร่วมกันนำเมทแอมเฟตามีนของกลางไปวางไว้ที่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 14 ที่เกิดเหตุตามที่นัดหมายกันไว้ก่อน ถือได้ว่าจำเลยกับพวกลงมือกระทำความผิดในการนำเมทแอมเฟตามีนของกลางไปส่งมอบให้แก่ ส. ผู้ซื้อไปตลอดแล้ว การซื้อขายเมทแอมเฟตามีนของจำเลยกับพวกมีผลสมบูรณ์เป็นความผิดสำเร็จตั้งแต่จำเลยกับพวกได้นำเมทแอมเฟตามีนของกลางไปวางไว้ที่หลักกิโลเมตรที่ 14 ที่เกิดเหตุนั้นแล้ว แม้ขณะนั้น ส. ซึ่งเป็นผู้ติดต่อล่อซื้อจะถูกเจ้าพนักงานตำรวจควบคุมตัวอยู่ก็ไม่มีผลทำให้ ส. ไม่สามารถครอบครองเมทแอมเฟตามีนของกลางได้แต่อย่างใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.138 ประมวลกฎหมายอาญา ม.358 ประมวลกฎหมายอาญา ม.360 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.7 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.8 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.100

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 100/1 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 138, 360 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่งและวรรคสาม (2), 66 วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 138 วรรคแรก, 358 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 14 ปี และปรับ 750,000 บาท ฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 8 ปี และปรับ 450,000 บาท ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ กับฐานทำให้เสียทรัพย์เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานทำให้เสียทรัพย์ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 4 เดือน ทางนำสืบของจำเลยสำหรับความผิดฐานนี้เป็นประโยขน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสี่ คงจำคุก 3 เดือน รวมจำคุก 22 ปี 3 เดือน และปรับ 1,200,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี ข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83 จำคุก 5 ปี 4 เดือน และปรับ 300,000 บาท เมื่อรวมกับโทษฐานอื่นที่ศาลชั้นต้นกำหนดแล้ว เป็นจำคุก 19 ปี 7 เดือน และปรับ 1,050,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นที่ยุติได้ว่า เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2558 วันเกิดเหตุเวลา 15.30 นาฬิกา เจ้าพนักงานตำรวจร่วมกันจับกุมนายสุทธิพงษ์ พร้อมยึดเมทแอมเฟตามีน 30 เม็ด เป็นของกลาง ชั้นจับกุมนายสุทธิพงษ์ให้การรับสารภาพและต้องการได้รับประโยชน์ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 จึงแจ้งแก่เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมว่า สามารถสั่งซื้อเมทแอมเฟตามีนจากนางสาวโต ซึ่งเป็นหญิงชาวลาวได้ครั้งละ 2 ถุง บรรจุถุงละ 200 เม็ด รวม 400 เม็ด ราคา 36,000 บาท โดยนางสาวโตจะให้เครดิตนำเมทแอมเฟตามีนมาจำหน่ายก่อน เมื่อจำหน่ายหมดแล้วจึงจะชำระเงินที่ซื้อแก่นางสาวโต เจ้าพนักงานตำรวจจึงให้ทำการล่อซื้อโดยให้นายสุทธิพงษ์สั่งซื้อเมทแอมเฟตามีนทางโทรศัพท์เคลื่อนที่จำนวนดังกล่าว นางสาวโตตกลงขายให้โดยบอกว่าจะให้ลูกน้องนำเมทแอมเฟตามีนไปวางไว้ที่หลักกิโลเมตรที่ 14 ที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ริมถนนบริเวณถนนสายสกลนคร – อุดรธานี (ขาเข้าอุดรธานี) ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ในเวลาประมาณ 20 นาฬิกา ของวันเกิดเหตุ เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมซึ่งวางแผนล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนได้วางกำลังเพื่อจับกุมตามจุดต่าง ๆ บริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ เมื่อถึงเวลาดังกล่าวจำเลยได้ขับรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิตี้ หมายเลขทะเบียน กม 6148 อุดรธานี มีนายสุรศักดิ์นั่งข้างคนขับเข้ามาจอดที่หลักกิโลเมตรที่ 14 แล้วนายสุรศักดิ์เปิดประตูรถออกมานำเมทแอมเฟตามีนจำนวน 400 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกที่ตกลงซื้อขายกันมาวางไว้ที่หลักกิโลเมตรดังกล่าว แล้วเดินกลับไปขึ้นรถ เจ้าพนักงานตำรวจที่ซุ่มดูอยู่จึงขับรถจักรยานยนต์และรถยนต์ติดตามเพื่อจับกุมจำเลยกับพวก จำเลยขับรถหลบหนี ระหว่างนั้นนายสรุศักดิ์ได้โยนห่อเมทแอมเฟตามีนอีกจำนวน 400 เม็ด ลงข้างทางด้านซ้าย ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจสามารถจับกุมจำเลยกับนายสุรศักดิ์ได้พร้อมยึดเมทแอมเฟตามีนที่ยึดได้จากหลักกิโลเมตรที่ 14 และที่นายสุรศักดิ์โยนลงข้างทางเป็นของกลาง คดีสำหรับจำเลยในความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่ และฐานทำให้เสียทรัพย์ คู่ความไม่ฎีกา จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวน 400 เม็ด ของกลางที่เจ้าพนักงานตำรวจทำการล่อซื้อว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนอันเป็นความผิดสำเร็จหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความจากเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมพยานโจทก์ว่า ในชั้นจับกุมนายสุทธิพงษ์ให้การว่า สามารถซื้อเมทแอมเฟตามีนจากหญิงชาวลาวโดยติดต่อผ่านโปรแกรมไลน์ซึ่งหญิงชาวลาวใช้ชื่อว่า “OARPUN” และทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ในชื่อ “น้องสาวโต” หมายเลขโทรศัพท์ 09 8917 xxxx จำเลยบันทึกหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่หมายเลขนี้ว่า “เหี่ยว” ในการซื้อขายกันก่อนเกิดเหตุโดยปกตินางสาวโตจะส่งเมทแอมเฟตามีนให้แก่นายสุทธิพงษ์บริเวณถนนสายสกลนคร - อุดรธานี (ขาเข้าอุดรธานี) ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 14 โดยนัดส่งเวลาประมาณ 20 นาฬิกา ทุกครั้ง เมื่อนายสุทธิพงษ์เล่ารายละเอียดให้ฟังแล้ว พันตำรวจตรีสมร ผู้จับกุมจึงให้นายสุทธิพงษ์โทรศัพท์ติดต่อกับนางสาวโตเพื่อล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนโดยให้เปิดลำโพงเสียงพูดโทรศัพท์ให้พันตำรวจตรีสมรกับพวกได้ยินด้วย นางสาวโตพูดกับนายสุทธิพงษ์ว่าเวลาประมาณ 20 นาฬิกา จะให้ลูกน้องนำเมทแอมเฟตามีนไปส่งบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 14 ที่เคยส่งประจำ ดังนี้ เห็นได้ว่าการที่จำเลยกับนายสุรศักดิ์ร่วมกันนำเมทแอมเฟตามีนของกลางไปวางไว้ที่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 14 ที่เกิดเหตุตามที่นัดหมายกันไว้ก่อน ถือได้ว่าจำเลยกับพวกลงมือกระทำความผิดในการนำเมทแอมเฟตามีนของกลางไปส่งมอบให้แก่นายสุทธิพงษ์ผู้ซื้อไปตลอดแล้ว การซื้อขายเมทแอมเฟตามีนของจำเลยกับพวกมีผลสมบูรณ์เป็นความผิดสำเร็จตั้งแต่จำเลยกับพวกได้นำเมทแอมเฟตามีนของกลางไปวางไว้ที่หลักกิโลเมตรที่ 14 ที่เกิดเหตุนั้นแล้ว แม้ขณะนั้นนายสุทธิพงษ์ซึ่งเป็นผู้ติดต่อล่อซื้อจะถูกเจ้าพนักงานตำรวจควบคุมตัวอยู่ก็ไม่มีผลทำให้นายสุทธิพงษ์ไม่สามารถครอบครองเมทแอมเฟตามีนของกลางได้แต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การที่จำเลยกับนายสุรศักดิ์ร่วมกันนำเมทแอมเฟตามีนของกลางไปวางก็เพื่อที่จะให้ผู้อื่นมารับไปตามที่นางสาวเหี่ยวหรือนางสาวโตสั่ง มิได้วางไว้เพื่อให้เจ้าพนักงานมารับไป การส่งมอบเมทแอมเฟตามีนจึงยังไม่สำเร็จบริบูรณ์ การกระทำของจำเลยเป็นเพียงความผิดฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุก 8 ปี และปรับ 450,000 บาท เมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานอื่นตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คงจำคุกจำเลย 22 ปี 3 เดือน และปรับ 1,200,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 244/2562 พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี โจทก์ นางสาว ก. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี · จำเลย - นางสาว ก.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิรัตน์ จันทพัฒน์ · สิทธิชัย โชคสวัสดิ์ไพศาล · จรัญ รัตตมณี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายคมสัน อ้นโตน · ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิมชัย จินะปริวัตอาภรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.51/2561

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5840/2544ฎีกา 558/2509ฎีกา 959/2531ฎีกา 4/2508ฎีกา 1837/2531ฎีกา 9026/2553ฎีกา 6575/2551ฎีกา 2581/2548ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 9647/2557ฎีกา 4180/2548ฎีกา 8080/2538ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1992/2530ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5598/2540ฎีกา 6355/2544ฎีกา 647/2563ฎีกา 1666/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา