คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2978/2562
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายที่กำหนดระวางโทษปรับขั้นต่ำสูงกว่าที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ ศาลอุทธรณ์ต้องวินิจฉัยและกำหนดโทษปรับให้สูงขึ้นตามกฎหมายดังกล่าวด้วย
ย่อคำพิพากษา
คดีนี้จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพตามฟ้อง ข้อเท็จจริงย่อมรับฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม พ.ร.ก.การประมง พ.ศ.2558 มาตรา 71 วรรคหนึ่ง (1), 147 วรรคหนึ่ง ซึ่งมีระวางโทษปรับขั้นต่ำตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 100,000 บาท การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ.การประมง พ.ศ.2490 มาตรา 32 (2), 65 และลงโทษจำคุกคนละ 6 เดือน และปรับคนละ 6,000 บาท โดยลงโทษปรับต่ำกว่าระวางโทษปรับขั้นต่ำ โจทก์จึงไม่เห็นด้วยและอุทธรณ์ขอให้พิพากษาแก้เป็นลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.ก.การประมง พ.ศ.2558 มาตรา 71 วรรคหนึ่ง (1), 147 วรรคหนึ่ง นั้น อุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าว นอกจากโจทก์อุทธรณ์ขอให้ปรับบทให้ถูกต้องแล้วยังอุทธรณ์โต้แย้งโทษปรับที่ศาลชั้นต้นลงแก่จำเลยทั้งสองและขอให้ลงโทษตาม พ.ร.ก.การประมง พ.ศ.2558 มาตรา 147 วรรคหนึ่ง ซึ่งมีระวางโทษปรับขั้นต่ำสูงกว่าโทษปรับที่ศาลชั้นต้นลงแก่จำเลยทั้งสอง จึงมีความหมายอยู่ในตัวแล้วว่าโจทก์ประสงค์ที่จะให้เพิ่มโทษจำเลยทั้งสองด้วย การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มิได้พิพากษาแก้โทษปรับจำเลยทั้งสองให้สูงขึ้นตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวจึงเป็นการไม่ถูกต้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 มาตรา 32, 65 พระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 มาตรา 71, 147, 169, 171 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83 และริบของกลาง
จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 มาตรา 32 (2), 65 พระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 มาตรา 71 (1), 147, 169 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 มาตรา 32 (2), 65 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 6 เดือน และปรับคนละ 6,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 3 เดือน และปรับคนละ 3,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 และริบของกลาง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีสิ่งแวดล้อม พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 มาตรา 71 วรรคหนึ่ง (1), 147 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และไม่ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า ในชั้นนี้มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงประการเดียวว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มิได้พิพากษาแก้โทษปรับจำเลยทั้งสองให้สูงขึ้นเป็นการถูกต้องหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพตามฟ้อง ข้อเท็จจริงย่อมรับฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 มาตรา 71 วรรคหนึ่ง (1), 147 วรรคหนึ่ง ซึ่งมีระวางโทษปรับขั้นต่ำตั้งแต่ 10,000 ถึง 100,000 บาท การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ.2490 มาตรา 32 (2), 65 และลงโทษจำคุกคนละ 6 เดือน และปรับคนละ 6,000 บาท โดยลงโทษปรับต่ำกว่าระวางโทษปรับขั้นต่ำ โจทก์จึงไม่เห็นด้วยและขอให้พิพากษาแก้เป็นลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 มาตรา 71 วรรคหนึ่ง (1), 147 วรรคหนึ่ง นั้น อุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าว นอกจากโจทก์อุทธรณ์ขอให้ปรับบทให้ถูกต้องแล้วยังอุทธรณ์โต้แย้งโทษปรับที่ศาลชั้นต้นลงแก่จำเลยทั้งสองและขอให้ลงโทษตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 มาตรา 147 วรรคหนึ่ง ซึ่งมีระวางโทษปรับขั้นต่ำสูงกว่าโทษปรับที่ศาลชั้นต้นลงแก่จำเลยทั้งสอง ซึ่งมีความหมายอยู่ในตัวแล้วว่าโจทก์ประสงค์ที่จะให้เพิ่มโทษจำเลยทั้งสองด้วย ประกอบกับเมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาแล้วเห็นว่าศาลชั้นต้นปรับบทกฎหมายผิด ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมมีอำนาจปรับบทกฎหมายให้ถูกต้องตามที่โจทก์อุทธรณ์ และมีอำนาจใช้ดุลพินิจเปลี่ยนแปลงโทษปรับที่จะลงแก่จำเลยทั้งสองให้เหมาะสมและเป็นไปตามบทกฎหมายที่ถูกต้องได้ ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่ใช้ดุลพินิจเปลี่ยนแปลงโทษปรับแก่จำเลยทั้งสอง จึงเป็นการไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 มาตรา 71 วรรคหนึ่ง (1), 147 วรรคหนึ่ง ปรับคนละ 10,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงปรับคนละ 5,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2978/2562
พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์
นาย จ. กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ · จำเลย - นาย จ. กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิชัย เพ็งผ่อง · ธงชัย เสนามนตรี · สุนทร เฟื่องวิวัฒน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นางสาววัชรี ธนผลเลิศ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นางสาวสุมาณี ทองภักดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | สว.(อ)246/2561 |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา