⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3429/2563

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3429/2563

ป.อาญา ม.32, 33, 52 ฯลฯ · ป.วิ.อาญา ม.227

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจะเป็นความผิดฐานใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด ผู้กระทำจะต้องก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดข้อหาใดต่อบุคคลใดอย่างชัดเจน หากข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่ามีการใช้ให้กระทำความผิดที่ระบุชัดเจน การกระทำนั้นก็ไม่เป็นความผิดฐานใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด

ย่อคำพิพากษา

ผู้ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดจะมีความผิดและถูกลงโทษฐานใช้ให้กระทำความผิดแม้ความผิดนั้นยังมิได้กระทำลงตาม ป.อ. มาตรา 84 วรรคสอง นั้น ข้อเท็จจริงต้องฟังได้ว่าผู้นั้นได้ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดข้อหาใด ต่อบุคคลใดอย่างชัดเจน ผู้ถูกใช้จึงจะสามารถลงมือกระทำความผิดนั้นได้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ 3 บอกจำเลยที่ 2 ให้หาคนมายิงผู้เสียหายทั้งห้า คงรับฟังได้เพียงว่าจำเลยที่ 2 ชักชวนให้จำเลยที่ 1 รับงานยิงคนที่ทะเลน้อย โดยไม่ปรากฏว่ายิงผู้ใด จำเลยที่ 1 ไม่อาจจะไปใช้อาวุธปืนยิงผู้ใดได้ ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ลงมือก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน การกระทำของจำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่เป็นความผิดฐานใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.52 ประมวลกฎหมายอาญา ม.53 ประมวลกฎหมายอาญา ม.58 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.84 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289 ประมวลกฎหมายอาญา ม.371 ประมวลกฎหมายอาญา ม.376

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.52 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 58, 80, 83, 84, 91, 288, 289 (4), 371, 376 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ริบของกลาง บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3465/2559 ของศาลชั้นต้น เข้ากับโทษของจำเลยที่ 1 คดีนี้ และนับโทษจำเลยที่ 3 ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 898/2560 และ 1212/2560 ของศาลอาญา จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 1 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ และจำเลยที่ 3 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4), 84 วรรคสอง ประกอบมาตรา 52 (1), 53 จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 25 ปี จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 16 ปี 8 เดือน ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ริบของกลาง ข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์ จำเลยที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติในชั้นนี้ว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุในฟ้อง คนร้ายใช้อาวุธปืน ขนาด 9 มม. ยิงเข้าไปในบ้านที่เกิดเหตุเลขที่ 135/1 หมู่ที่ 1 ตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง แล้วเข้าไปในบ้านที่เกิดเหตุและใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายทั้งห้าจำนวนหลายนัด เป็นเหตุให้ผู้เสียหายทั้งห้าได้รับบาดเจ็บ คดีสำหรับจำเลยที่ 1 เป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 โดยคู่ความไม่ฎีกา คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 กระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานมายืนยันว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันว่าจ้างจำเลยที่ 1 ให้ฆ่าผู้เสียหายทั้งห้า คงมีเพียงพยานพฤติเหตุแวดล้อม แม้คำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 ที่ว่าจำเลยที่ 2 มาสอบถามจำเลยที่ 1 ว่าจะรับงานยิงคนที่ทะเลน้อยหรือไม่นั้น จะเป็นพยานบอกเล่าและคำซัดทอดของผู้ร่วมกระทำความผิด แต่โจทก์มีนายณัฐพล ญาติของจำเลยที่ 1 เป็นพยานเบิกความยืนยันว่าขณะพยานอยู่กับจำเลยที่ 1 ที่ร้านขายเสื้อผ้ามือสองของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 มาพูดชักชวนพยานและจำเลยที่ 1 ว่ารับงานมางานหนึ่งที่ตำบลทะเลน้อยจะไปด้วยหรือไม่ แต่พยานและจำเลยที่ 1 ปฏิเสธ ซึ่งสอดคล้องกับคำซัดทอดของจำเลยที่ 1 ที่ว่าจำเลยที่ 2 มาถามจำเลยที่ 1 ว่ามีงานยิงคนที่ทะเลน้อย จะรับหรือไม่ ชั้นสอบสวนจำเลยที่ 2 ก็ให้การยอมรับว่าไปชักชวนจำเลยที่ 1 จริง ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ชักชวนจำเลยที่ 1 ให้รับงานยิงคนที่ทะเลน้อย แต่คำให้การของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ว่าในชั้นสืบสวนหรือสอบสวนไม่ปรากฏว่างานยิงคนที่ทะเลน้อยเป็นงานจ้างยิงผู้ใด เมื่อใด อย่างไร แม้คำให้การของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ดังกล่าวจะได้ความว่า ขณะที่จำเลยที่ 2 ชักชวนจำเลยที่ 1 ได้บอกว่าคนที่จะยิงเป็นวัยรุ่น 4 คน เด็ก ๆ ทั้งนั้น อายุไม่เกินสามสิบ เด็ก ๆ พวกนั้นยิงลูกเขาก่อน แต่ก็ไม่ได้ระบุชื่อของผู้ที่จะถูกยิง กรณีไม่เพียงพอที่จะบ่งชี้ว่าคนที่จะถูกยิงคือผู้เสียหายทั้งห้า กรณีมีเหตุสงสัยตามสมควรว่าจำเลยที่ 2 ชักชวนจำเลยที่ 1 ให้รับงานฆ่าผู้เสียหายทั้งห้าหรือไม่ ส่วนที่จำเลยที่ 2 ให้การในชั้นสอบสวนว่าจำเลยที่ 3 ให้จำเลยที่ 2 หาคนรับงานไปยิงคนที่ทะเลน้อยนั้น เป็นคำซัดทอดของผู้ร่วมกระทำความผิด ซึ่งโจทก์มีพยานประกอบ คือ เฟซบุ๊กของนายปอนด์ที่มีการแพร่ภาพสดของนายปอนด์กับพวกกำลังนั่งนับเงินที่บ้านของจำเลยที่ 3 โดยมีเสียงของจำเลยที่ 3 พูดโทรศัพท์กับนางสุพิต แทรกเข้ามาในการแพร่ภาพดังกล่าว แต่คำพูดของจำเลยที่ 3 ไม่มีข้อความตอนใดที่ยอมรับว่าจำเลยที่ 3 เป็นผู้ว่าจ้างฆ่าผู้เสียหายทั้งห้า โจทก์มีเพียงคำซัดทอดของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ผู้ร่วมกระทำความผิดที่ซัดทอดว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นผู้กระทำความผิด ไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาประกอบ โดยเฉพาะจำเลยที่ 2 ให้การในชั้นสืบสวนและสอบสวนว่าจำเลยที่ 2 ให้หมายเลขโทรศัพท์ของจำเลยที่ 3 แก่จำเลยที่ 1 เพื่อใช้ติดต่อกันเอง แต่โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานมานำสืบให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 โทรศัพท์ติดต่อกัน เจ้าพนักงานตำรวจได้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของจำเลยที่ 1 มา และถอดข้อมูลจากโทรศัพท์เคลื่อนที่ดังกล่าว ปรากฏว่าไม่มีการบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ของจำเลยที่ 3 ไว้ จำเลยที่ 1 ก็ไม่ได้เป็นคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายทั้งห้า คำซัดทอดจึงมีน้ำหนักน้อย จำเลยที่ 3 ก็ให้การปฏิเสธตลอดมา ส่วนจำเลยที่ 2 ก็ให้การในชั้นสืบสวนและสอบสวนเพียงว่าจำเลยที่ 2 ชักชวนจำเลยที่ 1 ให้รับงานยิงคนที่ทะเลน้อย โดยไม่ปรากฏว่ายิงผู้ใด พยานหลักฐานโจทก์มีเหตุสงสัยตามสมควรว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นผู้ก่อให้จำเลยที่ 1 ฆ่าผู้เสียหายทั้งห้าหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า แม้คำซัดทอดของจำเลยที่ 2 ไม่มีรายละเอียดว่า จำเลยที่ 3 จ้างจำเลยที่ 1 ให้ฆ่าผู้ใด ที่ไหน อย่างไร เมื่อใด ค่าจ้างเท่าใด และจำเลยที่ 1 ไม่ได้ลงมือฆ่าผู้เสียหายทั้งห้าตามที่จำเลยที่ 2 ก่อให้กระทำความผิด ก็เป็นผลเพียงทำให้การกระทำของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ต้องระวางโทษเสมือนเป็นตัวการ แต่การกระทำของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ถือได้ว่าเป็นการก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนนั้น เห็นว่า ผู้ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดจะมีความผิดและถูกลงโทษฐานใช้ให้กระทำความผิดแม้ความผิดนั้นยังมิได้กระทำลงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 84 วรรคสอง นั้น ข้อเท็จจริงต้องฟังได้ว่าผู้นั้นได้ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดข้อหาใด ต่อบุคคลใดอย่างชัดเจน ผู้ถูกใช้จึงจะสามารถลงมือกระทำความผิดนั้นได้ ซึ่งหากแม้ผู้ถูกใช้ไม่ได้กระทำความผิด ผู้ก่อให้กระทำความผิดจึงจะมีความผิดและถูกลงโทษฐานใช้ให้กระทำความผิดตามมาตรา 84 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3 บอกจำเลยที่ 2 ให้หาคนมายิงผู้เสียหายทั้งห้า คงรับฟังได้เพียงว่าจำเลยที่ 2 ชักชวนให้จำเลยที่ 1 รับงานยิงคนที่ทะเลน้อย โดยไม่ปรากฏว่ายิงผู้ใด จำเลยที่ 1 ไม่อาจจะไปใช้อาวุธปืนยิงผู้ใดได้ ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ลงมือก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน การกระทำของจำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่เป็นความผิดฐานใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3429/2563 พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง โจทก์ นาย ส. กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง · จำเลย - นาย ส. กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จักษ์ชัย เยพิทักษ์ · เธียรดนัย ธรรมดุษฎี · นันทวัน เจริญชาศรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพัทลุง - นายนิยม นวลเจริญ · ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายทวีนัส พรรณพงาพันธุ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.1162/2563

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5840/2544ฎีกา 4/2508ฎีกา 959/2531ฎีกา 1837/2531ฎีกา 9026/2553ฎีกา 122/2481ฎีกา 2581/2548ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1089/2559ฎีกา 185/2535ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 824/2535ฎีกา 4180/2548ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 226/2529ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5598/2540ฎีกา 6355/2544ฎีกา 531/2510ฎีกา 1148/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา