คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 690/2563
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 83, 91,
352
ให้จำเลยคืนเงิน 9,000,000 บาท แก่ผู้เสียหาย
จำเลยให้การปฏิเสธ
แต่ก่อนสืบพยาน จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ
ระหว่างพิจารณา
พันตรี ส. ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า
จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83
การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน
ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 1 ปี 6 เดือน รว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 83, 91,
352
ให้จำเลยคืนเงิน 9,000,000 บาท แก่ผู้เสียหาย
จำเลยให้การปฏิเสธ
แต่ก่อนสืบพยาน จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ
ระหว่างพิจารณา
พันตรี ส. ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า
จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83
การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน
ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 1 ปี 6 เดือน รวม 5 กระทง เป็นจำคุก 5 ปี 30
เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ
ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จำคุก 2 ปี 21 เดือน
กับให้จำเลยคืนเงิน 7,960,000 บาท
ที่ยังไม่ได้คืนแก่โจทก์ร่วม
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค
4 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยกระทงละ 6 เดือน รวม 5 กระทง เป็นจำคุก 30 เดือน
ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 15 เดือน ให้จำเลยคืนเงิน 1,600,000 บาท แก่โจทก์ร่วม
นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ร่วมฎีกา
โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกามีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 42 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 40 เพื่อให้ได้ความว่าโจทก์ร่วมถึงแก่ความตายแล้วจริงหรือไม่ และหากโจทก์ร่วมถึงแก่ความตายแล้ว ถึงแก่ความตายเมื่อใด
เสร็จแล้วให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนคืนศาลฎีกา
เพื่อมีคำสั่งหรือมีคำพิพากษาคดีส่วนแพ่งต่อไป
ในชั้นนี้เห็นสมควรที่จะจำหน่ายคดีส่วนแพ่งออกจากสารบบความของศาลฎีกาก่อน
และพิพากษายืนในคดีส่วนอาญา
ศาลชั้นต้นดำเนินการแล้ว
ได้ความว่าโจทก์ร่วมถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2560 มีนายไชยมงคล
บุตรซึ่งโจทก์ร่วมให้การรับรองเป็นทายาท
และเป็นคู่ความแทนที่ในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 999/2559 หมายเลขแดงที่ 4/2561
ของศาลชั้นต้น จึงอนุญาตให้นายไชยมงคลเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ร่วม
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
โจทก์ร่วมฎีกาว่า จำเลยต้องชดใช้เงินคืนโจทก์ร่วม 7,960,000
บาท ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นหรือไม่
เห็นว่า ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์ร่วมแถลงว่าหากจำเลยชดใช้เงินคืนให้ 3,000,000 บาท
โจทก์ร่วมไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลยอีก
จึงถือว่าโจทก์ร่วมแสดงเจตนาสละสิทธิเรียกร้องให้จำเลยคืนเงิน 9,000,000 บาท แล้ว
โดยยังติดใจให้คืนเงินเพียง 3,000,000 บาท เท่านั้น
ซึ่งโจทก์ร่วมชอบที่จะกระทำได้ และย่อมมีผลผูกพันโจทก์ร่วม
ต่อมาจำเลยชำระเงินคืนให้โจทก์ร่วม 1,040,000
บาท และคงเหลือเงินต้องชำระคืนอีก 1,960,000
บาท โจทก์ร่วมแถลงต่อศาลอีกครั้งในวันที่ 3 กันยายน 2558
ว่ายินยอมลดยอดเงินที่ยังไม่ได้ใช้คืนจาก 1,960,000 บาท ให้เหลือเพียง 1,600,000 บาท เท่านั้น
ดังนั้นจำเลยจึงไม่ต้องรับผิดคืนเงินแก่โจทก์ร่วม 7,960,000 บาท ตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษา
ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาให้จำเลยคืนเงินจำนวนที่ยังไม่ได้คืนอีก 1,600,000 บาท แก่โจทก์ร่วม
จึงชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ให้จำเลยคืนเงิน 1,600,000 บาท แก่โจทก์ร่วม
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 690/2563
พนักงานอัยการจังหวัดสว่างแดนดิน โจทก์
พันตรี ส. โจทก์ร่วม
นาย ส. จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสว่างแดนดิน · โจทก์ร่วม - พันตรี ส. · จำเลย - นาย ส. |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พฤษภา พนมยันตร์ · ธนาพนธ์ ชวรุ่ง · วันชัย ศศิโรจน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสว่างแดนดิน - นายฉลาด ทานาวิน · ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายชัยวัฒน์ วิสานนท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | อ.2485/2562 |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา