⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2659/2566

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2659/2566

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยถึงแก่ความตายระหว่างการพิจารณาคดีอาญา สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป แต่หากผู้ร้องได้ยื่นคำขอให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในส่วนแพ่ง คดีในส่วนแพ่งยังคงดำเนินต่อไป โดยให้บุคคลที่กฎหมายกำหนดเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่จำเลยผู้มรณะ

ย่อคำพิพากษา

คดีนี้โจทก์มีคำขอให้จำเลยชดใช้เงินที่ยักยอกไปจากผู้ร้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 43 จำเลยถึงแก่ความตายระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา อันส่งผลให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (1) แต่เมื่อปรากฏว่าผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินที่โจทก์ขอมาด้วย คดีในส่วนแพ่งจึงต้องดำเนินการเพื่อให้บุคคลที่กฎหมายกำหนดเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่จำเลยผู้มรณะตาม ป.วิ.พ. มาตรา 42 ต่อไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.43 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.42

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ 2393/2560 ของศาลจังหวัดพัทยา และให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 2,000,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ระหว่างพิจารณา นายจอร์จ ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 2,000,000 บาท นับแต่วันทำละเมิดเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้อง จำเลยไม่ให้การในคดีส่วนแพ่ง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง และยกคำร้องของผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ โดยรักษาการอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีศาลสูงภาค 7 ซึ่งได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคหนึ่ง (เดิม) จำคุก 3 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 3 เดือน นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ 2393/2560 ของศาลจังหวัดพัทยา กับให้จำเลยชำระเงิน 2,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยของต้นเงินดังกล่าวในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน 2557 ถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และอัตราร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้อง ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยให้ปรับเปลี่ยนลดลงหรือเพิ่มขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาซึ่งออกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละ 2 ต่อปี แต่ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ค่าฤชาธรรมเนียมในคดีส่วนแพ่งทั้งสองศาลให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา เรือนจำกลางเพชรบุรีส่งหนังสือฉบับลงวันที่ 7 มิถุนายน 2566 เรื่อง ผู้ต้องขังเสียชีวิต แจ้งว่าจำเลยถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2566 ด้วยสาเหตุมะเร็งปากมดลูกระยะสุดท้าย โจทก์และผู้ร้องไม่คัดค้าน ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (1) จึงให้จำหน่ายคดีในส่วนอาญาเสียจากสารบบความ สำหรับคดีในส่วนแพ่งให้ศาลชั้นต้นดำเนินการเพื่อให้บุคคลที่กฎหมายกำหนดเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่จำเลยผู้มรณะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2659/2566 พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี โจทก์ นาย จ. ผู้ร้อง นางสาวหรือนาง ส. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี · ผู้ร้อง - นาย จ. · จำเลย - นางสาวหรือนาง ส.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ · อุทัย โสภาโชติ · เศรณี ศิริมังคละ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นางสาวนฤมล สุขสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นางสาววิภา ลีลาวัฒน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.920/2566

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1010/2539ฎีกา 888/2490ฎีกา 2018/2548ฎีกา 1656/2512ฎีกา 19406/2555ฎีกา 1124/2496ฎีกา 1114/2549ฎีกา 1390/2506ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1499/2531ฎีกา 7201/2568ฎีกา 801/2503ฎีกา 70/2489ฎีกา 9076/2558ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1748/2511ฎีกา 2379/2565ฎีกา 2532/2523ฎีกา 4541/2550ฎีกา 2491-2493/2519ฎีกา 178/2494ฎีกา 8404/2540ฎีกา 920/2480ฎีกา 2289/2568
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา