⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1702/2568

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1702/2568

ลักทรัพย์

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ย่อมต้องถูกริบตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า หม้อแปลงไฟฟ้าที่ลักมีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมาก ไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปได้ด้วยกำลังของจำเลยกับพวก เพื่อให้เคลื่อนย้ายหม้อแปลงไฟฟ้าไปได้ จำเลยกับพวกจึงใช้รถจักรยานยนต์พ่วงข้างของกลาง บรรทุกหม้อแปลงไฟฟ้า พฤติการณ์บ่งชี้ชัดเจนว่า การที่จำเลยกับพวกจะลักทรัพย์ของผู้เสียหายไปได้ย่อมต้องอาศัยรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของกลาง ในการกระทำความผิด รถจักรยานยนต์พ่วงข้างของกลางจึงเป็นเครื่องมือหรือเป็นส่วนหนึ่งในการลักทรัพย์อันถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่จำเลยกับพวกใช้ในการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ตาม ป.อ. มาตรา 33 (1) จึงพิพากษาให้ริบรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ของกลาง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.335

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 93, 335, 336 ทวิ ริบรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของกลางที่เจ้าพนักงานเก็บรักษาไว้ เพิ่มโทษจำเลยกึ่งหนึ่งและนับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 804/2564 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษและนับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (7) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ (ที่ถูกประกอบมาตรา 83 ด้วย) จำคุก 6 ปี เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 (ที่ถูกมาตรา 93 (13)) เป็นจำคุก 9 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 ปี 6 เดือน นับโทษจำเลยต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 804/2564 ของศาลชั้นต้น ริบรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย แต่ให้คืนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของกลางแก่เจ้าของ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า รถจักรยานยนต์พ่วงข้างของกลางเป็นทรัพย์ที่จำเลยกับพวกใช้ในการกระทำความผิดโดยตรงอันจะพึงต้องริบหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติดังที่จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องว่า หม้อแปลงไฟฟ้าที่ลักมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก ไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปได้ด้วยกำลังของจำเลยกับพวก ทั้งนี้ เพื่อให้เคลื่อนย้ายหม้อแปลงไฟฟ้าดังกล่าวไปได้ จำเลยกับพวกจึงใช้รถจักรยานยนต์พ่วงข้างของกลางบรรทุกหม้อแปลงไฟฟ้า พฤติการณ์ดังกล่าวเป็นข้อบ่งชี้ ให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า การที่จำเลยกับพวกจะลักทรัพย์ดังกล่าวของผู้เสียหายไปได้ย่อมต้องอาศัยรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของกลางในการกระทำความผิด รถจักรยานยนต์พ่วงข้างของกลางจึงเป็นเครี่องมือหรือเป็นส่วนหนึ่งในการลักทรัพย์ อันถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่จำเลยกับพวกใช้ในการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ให้คืนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างของกลางแก่เจ้าของนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 100 สีดำ ติดแผ่นป้ายทะเบียน คพค XXX ของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1702/2568 พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา โจทก์ นาย ว. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสงขลา · จำเลย - นาย ว.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กึกก้อง สมเกียรติเจริญ · อรพงษ์ ศิริกานต์นนท์ · ยุพา วงศ์ทองทิว
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายณัฐพงศ์ สุวรรณ · ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายเลิศชัย ภักดีฉนวน
แหล่งที่มาสรรหาฎีกาเด็ด
หมายเลขคดีดำอ.32/2567

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1331/2479ฎีกา 1554/2521ฎีกา 3650/2527ฎีกา 1567/2535ฎีกา 2437/2515ฎีกา 6293/2541ฎีกา 3081/2527ฎีกา 1250/2520ฎีกา 531/2510ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1979/2521ฎีกา 3604/2533ฎีกา 18654/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 16889/2555ฎีกา 831/2532ฎีกา 348/2508ฎีกา 1198/2543ฎีกา 2546/2530ฎีกา 490/2542ฎีกา 3067/2530ฎีกา 3620/2566ฎีกา 2724/2519ฎีกา 1211/2481
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สรรหาฎีกาเด็ด