คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 28/2472
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานจะมีความผิดได้ต่อเมื่อผู้แจ้งได้จงใจให้การเท็จ และโจทก์มีหน้าที่นำสืบให้ได้ว่าถ้อยคำนั้นไม่เป็นความจริง
ย่อคำพิพากษา
แจ้งความเท็จ ถ้อยคำของจำเลยที่บอกแก่เจ้าพนักงานเมื่อถูกจับอย่างหนึ่งมาชั้นอำเภอกลับปฏิเสธคำนั้นเสีย ยังไม่เปนความผิดฐานแจ้งความเท็จ วิธีพิจารณาอาญา หน้าที่โจทก์จะต้องนำสืบว่าถ้อยคำของจำเลยไม่จริงแลจงใจให้การเท็จ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าเจ้าพนักงานไปจับผู้ลักเล่นโปพนันที่บ้าน อ.จำเลยทั้ง ๒ อยู่ที่นั้นด้วยจึงถูกจับพร้อมด้วย ช.พ.แลคนอื่น ๆ อีกหลายคน จำเลยบอกแก่เจ้าพนักงานผู้จับว่า ช.เปนเจ้ามือ พ.เปนหัวเบี้ยคนอื่นนอกจากจำเลยเปนคนแทง จำเลยไม่ได้เล่นกับเขาด้วย เจ้าพนักงานได้บันทึกข้อความไว้แล้วให้จำเลยลงชื่อ ครั้นมาชั้นอำเภอไต่สวนจำเลยกลับปฏิเสธว่าไม่เห็นใครเล่นโปที่เรือน อ.
ศาลเดิมตัดสินว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายอาญา ม.๑๑๘ ให้จำคุกคนละ ๓ เดือน
ศาลอุทธรณ์ตัดสินกลับให้ยกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลย
ศาลฎีกาเห็นว่า ถ้อยคำของจำเลยที่บอกแก่เจ้าพนักงานนั้นเปนทำนองจะปลีกตัวให้พ้นผิด หาใช่เจ้าพนักงานเรียกจำเลยมาภายในฐานะที่เปนพะยานไม่ แลโจทก์ไม่พะยานว่าคำจำเลยไม่จริงโดยจงใจให้การเท็จ คือ มีการเล่นโปพนันกันจริง จำเลยพึ่งมากลับคำในชั้นอำเภอ จะเรียกว่าแจ้งความเท็จยังไม่ได้ จึงตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 28/2472
อัยยการพัทลุง โจทก์
นายปาน นายสอน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการพัทลุง · จำเลย - นายปาน นายสอน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | หริศ · ศรี · นล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา