คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1139/2473
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. หนี้ที่ภริยาก่อขึ้นโดยลำพังโดยที่สามีมิได้รู้เห็นยินยอมด้วยนั้น ไม่เป็นภาระแก่สินสมรส แต่เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกชำระหนี้จากสินส่วนตัวของภริยาได้
2. ดอกเบี้ยที่ผู้ให้กู้เรียกเก็บนั้น หากเป็นการคิดในอัตราที่สูงเกินควร หรือเป็นการคิดในลักษณะที่เอาเปรียบ ถือเป็นโมฆะตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ภรรยากู้หนี้สามีไม่รู้เห็นยินยอมด้วย สินบริคณท์ไม่ต้องรับผิดแต่เจ้าหนี้ขอชำระหนี้จากสินส่วนตัวของเมียได้
วิธีพิจารณาแพ่ง ดอกเบี้ยไม่บังคับให้ถ้าผู้ให้กู้ทำนาต่างดอกเบี้ย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ท.ภรรยาจำเลยได้ทำหนังสือสัญญากู้เงินโจทก์มา ๒ ฉะบับ ๆ แรกกู้ก่อนได้จำเลยเปนสามี ฉะบับหลังกู้ในระวางได้อยู่กินกับจำเลยแล้ว แต่จำเลยไม่ได้รู้เห็นยินยอมด้วย ท.ได้มอบโฉนดกับที่นาให้โจทก์ยึดถือทำกินต่างดอกเบี้ยตามหนังสือกู้ฉะบับแรก และเมื่อได้จำเลยเปนสามี ท.ไม่ได้เอาโฉนดที่นารายนี้มารวมเปนสินบริคณห์ด้วย ต่อมา ท.ตาย โจทก์จึงฟ้องเรียกต้นเงินและดอกเบี้ยจากจำเลยซึ่งเปนผู้รับมฤดก ท.
ศาลเดิมตัดสินให้จำเลยใช้เงินตามสัญญากู้ฉะบับแรกให้โจทก์ในฐานะเปนผู้รับมฤดก ท. ส่วนสัญญากู้ฉะบับหลังให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์แก้ศาลเดิมฉะเพาะสัญญากู้ฉะบับหลังว่า จำเลยไม่ต้องรับผิดในสินบริคณห์ แต่ที่นาตามโฉนดที่ให้โจทก์ยึดไว้นั้นเปนสินส่วนตัวของ ท. จึงให้ขายที่นาใช้ต้นเงินโจทก์ถ้าได้เงินไม่พอก็ให้เปนภัพแก่โจทก์ แม้เงินเหลือเท่าใดก็ควรหักใช้แก่โจทก์ ถ้าเหลือจากการใช้แก่โจทก์แล้วคืนให้ผู้รับมฤดก ท. ส่วนดอกเบี้ยไม่บังคับให้ เพราะโจทก์ทำนาต่างดอกเบี้ยอยู่แล้ว
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1139/2473
นางไสว ฤกษ์ฤภธิ์ โจทก์
นายสาตร์ ภาดาพรต จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางไสว ฤกษ์ฤภธิ์ · จำเลย - นายสาตร์ ภาดาพรต |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิพาก · พรหม · วิชัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระประศาสตร์ · ศาลอุทธรณ์ - พระยาลักษมัณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา