คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1196/2473
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีอาญาต้องกล่าวข้อหาให้ชัดเจน การกล่าวอ้างในลักษณะคดีแพ่งไม่สามารถนำมาใช้เป็นฐานในการฟ้องคดีอาญาได้ หากศาลประทับฟ้องคดีอาญาแล้ว ศาลต้องรับฟังพยานหลักฐานของโจทก์ตามกระบวนการยุติธรรม
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องทางอาชญาต้องกล่าวความให้ชัดเจน จะกล่าวในฟ้องเปนทางแพ่งไม่ได้ศาลโปริสภารับฟ้องอาชญาแล้ว ตามระเบียบต้องฟังหลักฐานโจทก์ ตัวการตัวแทน ตัวแทนเปนผู้รับเงินจะฟ้องตัวการให้ผิดทางอาชญาไม่ได้ เมื่อไม่ปรากฎว่าสมคบกันทุจจริต
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
อาชญา ม.304 อาชญา ม.311
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทย์ฟ้องจำเลยเปนทางอาชญาต่อศาลโปริสภาและกล่าวความในฟ้องว่าจำเลยให้คำมั่นว่าจะใช้เงินจำนวนหนึ่งในเมื่อเงื่อนไขในอนาคตอย่างใดอย่างหนึ่งสำเร็จลง และกล่าวในฟ้องว่าเสมียนของจำเลยคนหนึ่งเปนผู้รับเงินจากโจทก์
ศาลโปริสภารับฟ้องโจทก์แล้วไม่สืบพะยานโจทก์ ตัดสินว่าคดีโจทก์ไม่มีมูลให้ยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์ยืน
ศาลฎีกาเห็นว่าตามระเบียบแล้ว เมื่อศาลโปริสภารับฟ้องโจทก์และหมายเรียกจำเลยมาแก้คดีแล้ว ย่อมฟังหลักฐานฝ่ายโจทก์ แต่ปรากฏว่าถึงแม้โจทก์จะสืบสมก็ไม่มีมูลทางอาชญา จึงไม่ย้อนสำนวนให้ศาลเดิมไต่สวนต่อไป และในฟ้องโจทก์ก็ไม่กล่าวข้อความผิดทางอาชญาให้ชัดเจนว่าจำเลยกระทำผิดมาตราใดมาตราหนึ่งตามที่อ้างไว้ เพียงแต่ให้คำมั่นว่าจะใช้เงินนั้น ไม่ก่อให้เกิดความผิดทางอาชญา ม.๓๐๔ ได้ และที่โจทก์อ้าง ม.๓๑๑ ก็ไม่กล่าวว่าจำเลยใช้กลอุบายล่อลวงโดยวิธีใดอีกประการหนึ่งโจทก์กล่าวว่าเสมียนของจำเลยรับเงินโจทก์ จะถือว่าจำเลยมีผิดตาม ม.๓๑๔ ไม่ได้ เรื่องนี้เกิดจากการพะนันเท่านั้น คดีโจทก์ไม่มูลให้ยกฟ้อง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1196/2473
นายประเวสน์ นายแจ้ โจทก์
นายเปสตันยี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายประเวสน์ นายแจ้ · จำเลย - นายเปสตันยี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บัส · เทพ · พรหม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระยาลัยพลี · ศาลอุทธรณ์ - พระยากฤษณะราช |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา