คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 761-762/2473
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยเบิกความขัดแย้งกันเองในชั้นสอบสวนและชั้นศาล โจทก์มีหน้าที่นำสืบให้ศาลเห็นว่าคำเบิกความของจำเลยในชั้นใดเป็นเท็จ จะสันนิษฐานเอาเองไม่ได้ ปัญหาว่าพยานหลักฐานของโจทก์เพียงพอลงโทษจำเลยได้หรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
หน้าที่นำสืบความสันนิษฐาน จำเลยเบิกความที่อำเภออย่างหนึ่ง มาเบิกความที่ศาลอีกอย่างหนึ่ง โจทก์ต้องสืบว่าคำของจำเลยตอนไหนเปนเท็จ จะสันนิษฐานเอาเองไม่ได้ พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ ข้อกฎหมายปัญหาที่ว่าพะยานหลักฐานของโจทก์ที่สืบมาพังลงโทษจำเลยได้หรือไม่ เปนปัญหาข้อกฎหมาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์หาว่าจำเลยแจ้งความเท็จต่ออำเภอว่า จำเลยเห็น น.วางเพลิงเผาโรงของ ค. เจ้าพนักงานหลงเชื่อจึงจับ น.มาฟ้องต่อศาล จึงขอให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๑๑๘ - ๑๕๘
ศาลล่างทั้ง ๒ ตัดสินว่าโจทก์มิได้นำสืบว่าถ้อยคำของจำเลยเปนเท็จตรงไหน เปนแต่ส่งคำให้การของจำเลยและสืบเจ้าพนักงานประกอบว่าจำเลยให้การดังนั้นเช่นนี้ จะฟังลงโทษจำเลยยังไม่ได้ จึงให้ยกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลย
โจทก์ฎีกาเปนข้อกฎหมายว่า หลักฐานที่โจทก์นำสืบมานั้นพอลงโทษจำเลยตาม ม.๑๑๘ ได้แล้ว
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เพียงแต่ปรากฏว่าจำเลยให้การที่อำเภออย่างหนึ่ง แล้วมาให้การที่ศาลอีกอย่างหนึ่ง โจทก์มิได้นำสืบว่าคำให้การของจำเลยที่อำเภอเปนเท็จ โดยจะให้สันนิษฐานเอาเองดังนี้ หลักฐานโจทก์ยังไม่พอจะฟังลงโทษจำเลยได้ ตามฎีกาที่ ๑๕๗/๖๓ จึงตัดสินยืนตามศาลล่าง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 761 - 762/2473
อัยยการเชียงใหม่ โจทก์
นายตาคำ ศรีทองคำ นายดำ บันตุ้ย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการเชียงใหม่ · จำเลย - นายตาคำ ศรีทองคำ นายดำ บันตุ้ย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิกรม · เทพ · พรหม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายสนิท · ศาลอุทธรณ์ - พระอัฏกิจ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา