คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 649/2479
ย่อคำพิพากษา
พระภิกษุสามเณรเป็นพะยานเบิกความเท็จไม่มีผิดฐานเบิกความเท็จ+
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้โจทก์ฟ้องนายฟุ้งจำเลยหาว่าปลอมหนังสือ และนำเอกสารปลอมนั้นมาอ้างเป็นพะยานในศาล และฟ้องสมีทองหาว่าในขณะที่เป็นพระภิกษุได้เบิกความเท็จ ขอให้ลงโทษ
ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งสองได้ทำผิดจริงดังฟ้อง พิพากษาลงโทษนายฟุ้งตามมาตรา ๒๒๔ จำคุก ๑ ปี ๖ เดือน สมีทองตามมาตรา ๑๕๕ มีกำหนด ๑ ปี
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ว่าในข้อที่โจทก์หาว่าสมีทองเบิกความเท็จนั้นตามกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๕ บัญญัติว่าถ้าผู้ใดได้สาบาลตัวหรือปฏิญาณจะให้ถ้อยคำในการพิจารณาคดีใด ๆ แล้ว และมันเบิกความเท็จมีความผิด แต่ตามพ.ร.บ.ลักษณพะยาน ร.ศ.๑๑๓ มาตรา ๑๕ บัญญัติมิให้พระภิกษุหรือสามเณรซึ่งเป็นพะยานสาบาลเป็นอันขาด เพราะฉะนั้นเมื่อจำเลยปฏิญาณในเวลาเบิกความแล้ว เมื่อให้การเท็จ จึงยังไม่มีความผิดฐานเบิกความเท็จส่วนนายฟุ้งจำเลยนั้นพะยานหลักฐานของโจทก์ยังไม่เพียงพอว่าได้กระทำผิดจริงตามฟ้อง จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์เสีย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 649/2479
นายดี ปั้นวงศ์ โจทก์
นายฟุ้ง คุ้มชนะ สมีทอง มาดี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายดี ปั้นวงศ์ · จำเลย - นายฟุ้ง คุ้มชนะ สมีทอง มาดี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เทฟโนต์ · นิติศาสตร์ · อมาตย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวง+ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา