คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 786/2481
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลได้พิพากษาคดีแล้ว โจทก์จะขอให้ศาลนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีก่อนที่โจทก์มิได้ขอไว้เดิมไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ ครั้นศาลได้พิพากษาแล้วได้ + วัน โจทก์จะยื่นคำร้องขอให้ศาลนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีก่อนซึ่งโจทก์มิได้+ไว้เดิมมิได้ เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 190
อ้างฎีกาที่ 371/2481
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ ครั้นศาลพิพากษาแล้ว ๕ วัน โจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยเคยต้องคำพิพากษาอยู่ก่อนคดีนี้เรื่องหนึ่งจำเลยหลบหนีเรือนจำไปกระทำผิดในคดีนี้ จึงขอให้ศาลสั่งนับโทษคดีนี้ต่อจากโทษฐานชิงทรัพย์
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้ยกคำร้องของโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาตัดสินว่าตามกฎหมายอาญา ม.๓๒ ได้วางหลักและข้อยกเว้นไว้ชัดเจนแล้วว่าการนับกำหนดโทษให้นับเอาวันที่จำเลยต้องคุมขังมาก่อนถูกศาลพิพากษารวมเข้าในกำหนดโทษตามคำพิพากษาด้วยเว้นไว้แต่ศาลจะสั่งไว้เป็นอย่างอื่นในคำพิพากษานั้น คดีนี้ศาลได้พิพากษาลงโทษไปแล้วโดยมิได้มีคำสั่งเป็นอย่างอื่นเรื่องการนับโทษ โจทก์มาขอให้แก้ ต้องห้ามตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ม.๑๙๐ ฎีกาโจท์จึงฟังไม่ขึ้นให้ยกเสีย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 786/2481
พนักงานอัยยการ โจทก์
นายม้วนหรือส้วน วงษ์พาณิชย์ โจทก์
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยยการ · โจทก์ - นายม้วนหรือส้วน วงษ์พาณิชย์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลางกูร · อมาตย์ · เทฟโนต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระนิติธารพิเศษ · ศาลอุทธรณ์ - พระทิพประชา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา