คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 486/2482
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การให้การเท็จต่อเจ้าพนักงานสอบสวนในฐานะผู้ต้องหาไม่มีความผิดฐานแจ้งความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137
ย่อคำพิพากษา
ให้การเท็จต่อเจ้าพนักงานสอบสวนในฐานะเป็นผู้ต้องหาไม่มีความผิดฐานแจ้งความเท็จ
อ้างฎีกาที่ 262/2474 ประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.137
พนักงานสอบสวนจะกักขังพะยานไว้ไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
อ.ถูกทำร้ายถึงตาย เจ้าพนักงานไปสอบสวนพวกจำเลย ๆ ให้การว่าได้ทำร้าย อ.ตายไม่ทราบ เจ้าพนักงานเห็นว่าพวกจำเลยกล่าวเท็จเพื่อปิดบังผู้ร้าย จึงเอาตัวจำเลยทุกคนไปกักไว้ไม่ให้ไปไหนและไม่ให้พบปะพูดจากับใคร แล้วเจ้าพนักงานก็ช่วยกันซักถาม จำเลยทุกคนต่างยอมให้การว่าเห็น พ.ตี อ. เจ้าพนักงานก็ปล่อยตัวไป ต่อมาจำเลยเหล่านี้ไปยื่นคำร้องว่าที่ให้การไปนั้นโดยถูกเจ้าพนักงานขู่เข็ญ ความจริงคนตี อ.ไม่ใช่ พ. โจทก์จึงฟ้องหาว่าจำเลยแจ้งความเท็จ
ศาลฎีกาตัดสินว่าการที่จำเลยถูกกักขังเช่นนี้เป็นการกักขังจำเลยในฐานนะผู้ต้องหาฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน เพราะไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจเจ้าพนักงานสอบสวนกักขังพะยานได้ ม.๑๓๗ ประมวลวิธีพิจารณาความอาญาเป็นเรื่องพนักงานสอบสวนห้ามมิให้ผู้ใดออกจากที่ทำการชั่วเวลาที่จำเป็นในการสอบสวนเท่านั้น เพราะฉะนั้นเมื่อเจ้าพนักงานเอาตัวจำเลยไปกักขังและสอบสวนจำเลยในฐานะผู้ต้องหาแล้ว ข้อความที่จำเลยให้การแม้จะเป็นเท็จก็ไม่มีผิดตามนัยฎีกาที่ ๒๖๒/๒๔๗๔ ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ยืนตาม
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 486/2482
อัยยการชัยภูมิ โจทก์
นายมณี กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการชัยภูมิ · จำเลย - นายมณี กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดูปลาตร์ · อิศร · วิเศษ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา