คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 698/2484
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแจ้งความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานว่ามีการกระทำความผิดอาญาเกิดขึ้น โดยที่ความจริงไม่มีการกระทำความผิดนั้น เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137.
ย่อคำพิพากษา
เอาความเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานว่าบุตรสาวของตนถูกฉุดคร่าไป ความจริงไม่มีการกระทำผิดเกิดขึ้นเลยดั่งนี้ เป็นผิดตามมาตรา 118 และ 159 ต้องลงโทษจำเลยตามมาตรา 159 ซึ่งเป็นบทที่หนัก.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจเอาความที่รู้อยู่ว่าเป็นความเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานว่ามีทหารประมาณ ๒๐ คนกระทำการฉุดคร่าภรรยาและบุตรีของจำเลยไป ขอให้เจ้าพนักงานช่วยหรือติดตาม ความจริงหาได้มีใครฉุดคร่าภริยาและบุตรีของจำเลยไปไม่.
จำเลยให้การรับสารภาพแถลงถึงเหตุที่แจ้งความเท็จว่าภรรยาและบุตรีของจำเลยหนีไปทางโรงทหาร เห็นทหารล้อมอยู่หลายคน ให้บุตรชายไปเรียกก็ไม่ยอมกลับ ที่จำเลยแจ้งความเท็จก็โดยประสงค์ว่าตำรวจคงจะช่วยเหลือให้ภรรยาและบุตรีของจำเลยกลับมาได้.
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๑๑๘,๑๕๘,๑๕๙ และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๔๗๗ (ฉะบับที่ ๓) มาตรา ๓.
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่ามูลกรณีไม่สู้ร้ายแรงนัก จึงพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๑๑๘.
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงเท่าที่ปรากฎในสำนวน การกระทำของจำเลยเป็นผิดมาตรา ๑๑๘ และมาตรา ๑๕๙ จึงพิพากษาแก้ว่าจำเลยมีผิดตามมาตรา ๑๕๙ ด้วย ให้วางโทษตามมาตรา ๑๕๙ ซึ่งเป็นบทหนัก.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 698/2484
อัยยการสงขลา โจทก์
นายเม็งฉาย แซ่เล่า จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการสงขลา · จำเลย - นายเม็งฉาย แซ่เล่า |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิติศาสตร์ · พลางกูร · ทิพปัญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา