⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 106-107/2485

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 106-107/2485

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแก้ไขฟ้องที่เพิ่มเติมสถานที่เกิดเหตุอีกแห่งหนึ่ง ถือเป็นการแก้ไขรายละเอียด หากไม่ทำให้จำเลยหลงต่อสู้และไม่เสียเปรียบ สามารถทำได้ พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย สามารถใช้เป็นบทเพิ่มโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำขึ้นก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลบังคับใช้ได้

ย่อคำพิพากษา

การขอแก้ฟ้องโดยเพิ่มสถานที่เกิดเหตุอีกแห่งหนึ่งเป็นการขอแก้รายละเอียด ถ้าไม่ทำให้จำเลยหลงข้อต่อสู้ ่ จำเลยไม่เสียเปรียบ ขอแก้ได้. พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย ใช้เป็นบทเพิ่มโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำก่อนวันใช้ พ.ร.บ. นี้ด้วย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.127 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.163 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.164 ประมวลกฎหมายอาญา ม.127 พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 ม.8 พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 ม.9

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปลอมตนเป็นตำรวจจับกุมนายเทียบว่าไม่ปิดอากรแสตมป์ในใบรับเงิน ได้เรียกเงิน ๒ บาทจากนายเทียบเพื่อจะไม่เอาความ แล้วทำร้ายนายเทียบแบ่งเอาเงินไปได้อีก ๑๐ บาท ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องโทษมาแล้ว ๕ ครั้งขอให้ส่งตัวไปกักกัน ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยเป็นคนร้ายรายนี้จริง แต่ข้อหาเรื่องปลอมตนเป็นตำรวจนั้น โจทก์ขอแก้ฟ้องเรื่องสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งจำเลยได้ให้การปฏิเสธไว้แล้ว ทำให้จำเลยหลงข้อต่อสู้ให้ยกคำร้องและยกฟ้องนี้เสีย คงลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์ และให้ส่งตัวไปกักกันอีก ๕ ปี. จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการที่โจทก์ขอแก้ฐานที่เกิดเหตุให้ตรงกับความจริงนั้น ไม่เป็นเหตุให้จำเลยหลงข้อต่อสู้และไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบอย่างใดจึงอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องได้ ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๑๒๗ กฏหมายอาญาอีกกะทงหนึ่ง นอกจากที่แก้ คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฏีกา ศาลฎีกาเห็นว่าคำร้องขอแก้ฟ้องของโจทก์ในเรื่องเกิดเหตุนั้น เป็นการขอแก้รายละเอียดแห่งฟ้องและไม่ทำให้จำเลยหลงข้อต่อสู้ เพราะปรากฏว่าตำบลที่โจทก์ขอแก้และเพิ่มเติมนั้นอยู่ติดต่อกันนั้นเอง ส่วนฏีกาเรื่องพระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้ายนั้นเห็นว่า แม้พระราชบัญญัติกักกันจะออกใช้ภายหลังการกระทำผิดครั้งก่อน ๆ ของจำเลยก็ดี ก็ใช้เป็นบทเพิ่มโทษสำหรับความผิดครั้งก่อนๆ นั้นได้ เพราะมุ่งหมายลงโทษแก่ผู้ไม่เข็ดหลาบ ส่วนการที่จำเลยได้รับพระราชทานอภัยโทษนั้น ก็หาได้หมายความว่าการกระทำของจำเลยได้รับยกเว้นว่าไม่เป็นความผิดไม่ เพียงแต่ได้รับยกเว้นไม่ต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้นเท่านั้น จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 106 - 107/2485 อัยยการสมุทรสงคราม โจทก์ นายติ่งหรือเต็ง แย้มชุ่ม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการสมุทรสงคราม · จำเลย - นายติ่งหรือเต็ง แย้มชุ่ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · อิศรภักดีธรรมวิเทต · ธรรมบัณฑิต
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายสอาด สุจริตพงค์ · ศาลอุทธรณ์ - พระ+
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1650/2492ฎีกา 2714/2526ฎีกา 2665/2515ฎีกา 4081/2564ฎีกา 4141-4142/2565ฎีกา 236/2513ฎีกา 48/2486ฎีกา 387/2482ฎีกา 2389/2525ฎีกา 3593/2529ฎีกา 425/2486ฎีกา 9860/2552ฎีกา 831/2485ฎีกา 432/2482ฎีกา 724/2493ฎีกา 4575/2551ฎีกา 1941/2500ฎีกา 2947/2529ฎีกา 222/2530ฎีกา 344/2484ฎีกา 3224/2524ฎีกา 3523/2528ฎีกา 534/2487ฎีกา 26/2486
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา