คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 631/2485
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อข้อเท็จจริงยังไม่เป็นที่ยุติว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลย่อมพิพากษายกฟ้อง และหากมีการริบเงินในคดีอื่นที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องคืนเงินนั้นให้แก่จำเลยในคดีนี้
ย่อคำพิพากษา
ศาลวินิจฉัยคดีว่าสงสัยคำพยาน+ จึงพิพากษายกฟ้อง ดังนี้+ฟังว่าจำเลยไม่ได้กระทำ+ตามฟ้อง แม้ศาลจะพิพากษา+ริบเงินนั้นในคดีที่คนอื่นเป็นจำเลยก็ต้องคืนเงินนั้นให้จำเลย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เรื่องนี้โจทก์ยกฟ้องเป็น ๒ สำนวน ในคดีที่นางบัวเป็นจำเลย ได้ให้การรับสารภาพศาลพิพากษาให้ลงโทษและริบเงิน ๒๐๐ บาทของกลาง ส่วนคดีนางฮุ้นจำเลย ศาลชั้นต้นสงสัยพยานโจทก์พิพากษายกฟ้อง คดีเด็ดขาดเพียงนั้น นางฮุ้นจึงมายื่นคำร้องในสำนวนนางบัวขอคืนเงิน ๒๐๐ บาทซึ่งศาลสั่งริบ อ้างว่าเป็นเงินของนางฮุ้น ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วฟังว่าเงินรายนี้เป็นของนางฮุ้นไม่ใช่ของนางบัว เมื่อศาลยกฟ้องคดีที่นางฮุ้นเป็นจำเลยก็ต้องฟังว่านางฮุ้นไม่ได้กระทำผิด และเงินก็มิใช่มีไว้หรือได้มาโดยการกระทำผิด จึงไม่ใช่สิ่งที่ควรริบตามกฎหมาย จึงสั่งคืนเงินให้นางฮุ้นไป
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าในคดีที่นางฮุ้นเป็นจำเลย แม้ศาลจะวินิจฉัยเพียงว่าสงสัยคำพยานโจทก์และพิพากษายกฟ้องก็ต้องฟังว่านางฮุ้นไม่ได้กระทำผิดตามโจทก์ฟ้อง เงินรายนี้ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงต้องกันมาว่าเป็นเงินของนางฮุ้น ไม่ใช่เงินสินบน เมื่อถือว่านางฺฮุ้นมิได้กระทำผิดตามฟ้องแล้วก็ต้องได้รับคืนเงินรายนี้ จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 631/2485
อัยการสุพรรณบุรี โจทก์
นางฮุ้น เจาจิต นางบัว ธัมมารมย์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการสุพรรณบุรี · จำเลย - นางฮุ้น เจาจิต นางบัว ธัมมารมย์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · ว.จ. นิติสาตรไพสาล · ธรรมบัณฑิต |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระดุลยทันท์ชนานัติ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา