⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2019/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2019/2492

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำอันเดียวกันนั้น หากโจทก์ได้ฟ้องและศาลได้พิพากษาแล้ว จะฟ้องจำเลยใหม่ในความผิดฐานเดียวกันอีกไม่ได้ แม้ผู้เสียหายจะถึงแก่ความตายในภายหลังก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยฐานทำร้ายร่างกาย ศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว ภายหลังผู้ถูกทำร้ายถึงแก่ความตาย โจทก์จะฟ้องจำเลยใหม่ฐานฆ่าคนตายอีกไม่ได้ ไม่ว่าคดีเดิมที่ศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วจะถึงที่สุดเด็ดขาดแล้วหรือไม่ก็ดี เพราะการกระทำอันเดียวกันนั้นโจทก์ได้ฟ้อง และศาลได้พิพากษาแล้ว คดีดังกล่าวหากศาลชั้นต้นยังมิได้พิพากษา โจทก์ได้แต่จะขอแก้ฟ้องตามมาตรา 163 ป.ม.วิ.อาญา หากศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว โจทก์ก็ขอแก้ฟ้องไม่ได้. ประชุมใหญ่ครั้งที่ 27/2492

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.163

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่า โจทก์เคยฟ้องจำเลยทั้ง ๓ ฐานทำร้ายร่างกาย พ. ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยถึงที่สุดแล้วตามคดีอาญาแดงที่ ๑๗๖/๒๔๙๑ ภายหลัง พ. ตาย โจทก์มาฟ้องคดีนี้ใหม่อีก ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๕๑. ศาลชั้นต้นสั่งงดการพิจารณา พิพากษาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องในเรื่องเดียวกันอีกต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๓๙(๔) ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา, และอ้างฎีกาที่ ๑๐๘๙/๒๔๘๑. ศาลฎีกาได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่า หลักทั่วไปในการฟ้องคดีมีว่า การกระทำอันหนึ่งพึงฟ้องร้องได้ครั้งเดียว คำว่า "ในความผิด" ตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๓๙(๔) หาได้หมายถึงในฐานความผิดไม่ แต่หมายถึงการกระทำอันหนึ่ง ๆ คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำร้ายร่างกาย ศาลได้พิพากษาถึงที่สุดแล้ว บัดนี้ผู้เสียหายตาย การตายของผู้เสียหายก็เกิดจากการกระทำของจำเลย ซึ่งได้ฟ้องร้องคดีถึงที่สุดแล้วนั้นนั่นเอง โจทก์จึงฟ้องอีกไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๓๙(๔). ฎีกาที่โจทก์อ้างในข้อเท็จจริงต่างกับคดีนี้ เพราะผู้เสียหายตาย และโจทก์ยื่นฟ้องคดีใหม่ในอายุอุทธรณ์ของคดีเดิม แต่อย่างไรก็ดีที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเห็นว่า แม้กระนั้นโจทก์ก็ฟ้องใหม่ไม่ได้ เพราะแม้ความผิดฐานทำร้ายร่างกายและฐานฆ่าคนตายจะเป็นคนละฐาน แต่ก็เกิดจากการกระทำอันเดียวกัน และเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว จะถือว่าได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดตามมาตรา ๓๙(๔) แล้วหรือไม่ก็ตาม โจทก์ฟ้องคดีแล้วก็ได้แต่จะขอแก้ฟ้องตามมาตรา ๑๖๓ ซึ่งแสดงว่าโจทก์ฟ้องใหม่ไม่ได้ หากจะให้โจทก์ฟ้องใหม่ผลจะเป็นว่าจำเลยต้องโทษสองโทษด้วยกัน เพราะการกระทำอันเดียว ซึ่งจะแปลขัดกับหลักใหญ่และทำให้ผู้ต้องโทษเสียผล หาได้ไม่ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2019/2492 อัยยการอุทัยธานี โจทก์ นายไสว เก็งเกตุ ที่ 1, นายแะ เก็งเกตุ ที่ 2, นายดอน จุลมุลิ ที่ 3 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการอุทัยธานี · ล. - นายไสว เก็งเกตุ ที่ 1, นายแะ เก็งเกตุ ที่ 2, นายดอน จุลมุลิ ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรูญเนติศาสตร์ · มนูภันย์วิมลสาร · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุทัยธานี - นายจำเนียร บุญพละ · ศาลอุทธรณ์ - พระมนูภันย์วิมลสาร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2665/2515ฎีกา 1656/2512ฎีกา 19406/2555ฎีกา 1124/2496ฎีกา 3593/2529ฎีกา 425/2486ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1499/2531ฎีกา 801/2503ฎีกา 70/2489ฎีกา 9076/2558ฎีกา 2379/2565ฎีกา 4541/2550ฎีกา 364/2494ฎีกา 178/2494ฎีกา 8404/2540ฎีกา 1027/2485ฎีกา 1821/2493ฎีกา 2927/2540ฎีกา 214/2494ฎีกา 169/2490ฎีกา 2083/2539ฎีกา 7283-7285/2540ฎีกา 355/2515
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา