⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1745/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1745/2494

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนตามกฎหมายนั้นเป็นโมฆะ แต่หากมีการส่งมอบการครอบครองแล้ว ศาลต้องสืบพยานให้ได้ความว่ามีสัญญาซื้อขายกันจริงหรือไม่ก่อนตัดสิน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องเรียกที่ดินส่วนของโจทก์ตามที่มีชือในโฉนดคืนจากจำเลย ๆต่อสู้ว่า โจทก์ขายที่ดินส่วนของโจทก์ให้จำเลยแล้วและมอบที่ดินส่วนนั้นให้จำเลยครอบครองไปจนกว่าจะได้จัดการโอนกรรมสิทธิให้แก่จำเลย ดังนี้ ประเด็นย่อมมีถึงว่าจำเลยจะมีสิทธิยึดถือที่ดินรายนี้ไว้ได้ต่อไปหรือไม่ด้วย ฉะนั้นศาลจำต้องฟังคำพยานโจทก์และจำเลยตามฟ้องและคำให้การต่อสู้ก่อน จะงดสืบพยานเสียโดยตัดสินให้จำเลยคืนที่ดินแก่โจทก์เพราะถือว่าโจทก์มีชื่อในโฉนดและการซื้อขายมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน หาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า สามีโจทก์มีกรรมสิทธิในที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๐ ร่วมกับจำเลย สามีโจทก์และจำเลยร่วมกันจำนองที่ดินแปลงนี้ไว้กับสหกรณ์คลองลคร ต่อมาสามีโจทก์ตกลงให้จำเลยเป็นฝ่ายออกเงินชำระดอกเบี้ยจำนองแทนโดยมอบที่ดินส่วนของสามีโจทก์ให้จำเลยทำนา จำเลยได้ทำนาตั้งแต่นั้นมาจนสามีโจทก์ตาย โจทก์รับมรดกได้เรียกให้จำเลยคืนที่ดินส่วนของสามีให้แก่โจทก์ จำเลยไม่ยอมจึงขอให้ศาลบังคับ จำเลยต่อสู้ว่า สามีโจทก์ไม่สามารถชำระหนี้จำนองส่วนของสามีโจทก์ให้แก่สหกรณ์ สามีโจทก์จึงตกลงขายที่ดินส่วนของสามีโจทก์ให้แก่จำเลย และให้จำเลยครอบครองที่ดินไปจนกว่าจะได้จัดการโอนกรรมสิทธิให้แก่จำเลย ที่ประชุมใหญ่สหกรณ์จึงปลดสามีโจทก์ออกจากสามชิกแล้วให้ฝ่ายจำเลยเข้ารับใช้หนี้แทนต่อไป ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่าที่ดินมีโฉนดการซื้อขายไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน ย่อมใช้ไม่ได้และจำเลยครอบครองมาเพียง ๖ ปี จึงยังไม่ได้กรรมสิทธิพิพากษาให้คืนแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ถ้าข้อเท็จจริงได้ความดังจำเลยต่อสู้จำเลยมีสิทธิที่ยึดถือที่ดินรายนี้ไว้ต่อไปอีกในฐานะที่ได้รับมอบการครอบครองจากเจ้าของ และได้ชำระราคาที่ดินไปเสร็จแล้ว ซึ่งตามข้อตกลง จะมีการโอนกรรมสิทธิกันในเวลาต่อไป คดีจึงมีเหตุสมควรที่จะฟังข้อเท็จจริง ซึ่งโจทก์จำเลยจะนำสืบต่อไป เพราะโจทก์ฟ้องเรียกที่ดินคืนจากจำเลย จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยยึดถือที่ดินไว้โดยชอบ ประเด็นย่อมมีถึงว่าจำเลยมีสิทธิยึดถือที่ดินรายนี้ไว้ได้ต่อไป หรือไม่ด้วย จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1745/2494 นางจันทร์ โพธิ์ดี โจทก์ นางฟ้อน ขวัญเมือง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางจันทร์ โพธิ์ดี · จำเลย - นางฟ้อน ขวัญเมือง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิติธรรมประกรณ์ · ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลพบุรี - นายชวลิต สุขสบาย · ศาลอุทธรณ์ - พระประศาสย์วินิจฉัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 362/2522ฎีกา 765/2534ฎีกา 472/2526ฎีกา 5523/2536ฎีกา 2675/2527ฎีกา 698/2540ฎีกา 621/2519ฎีกา 4015/2528ฎีกา 7662/2546ฎีกา 5640/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1368/2510ฎีกา 1052/2509ฎีกา 1182/2491ฎีกา 967/2491ฎีกา 4258/2541ฎีกา 3537/2524ฎีกา 860/2525ฎีกา 1567/2513ฎีกา 8364/2544ฎีกา 2207/2524ฎีกา 952/2481ฎีกา 747/2484ฎีกา 6468/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา