คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 379/2494
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขนสุราโดยไม่มีใบอนุญาตขนสุรา หรือไม่นำใบอนุญาตขนสุรากำกับไปกับสุราที่ขน เป็นความผิดตามกฎหมาย แม้จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานสรรพสามิตต์ให้ส่งสุราคืนก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ผู้ขายส่งขนสุราจากร้านขายปลีกกลับคืนร้านขายส่ง แม้จะได้มีหนังสือถึงเจ้าพนักงานสรรพสามิตต์ ขอรับสุราจากร้านขายปลีกคืนมายังร้านขายส่งและเจ้าพนักงานสรรพสามิตต์อนุญาตแล้วก็ตาม เมื่อไม่มีใบอนุญาตขนสุราหรือไม่นำใบอนุญาตขนสุรากำกับไปกับสุราที่ขนด้วยย่อมเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 14 อันจะต้องมีผิดตามมาตรา 38 แห่งพ.ร.บ.สุรา 2493 จำเลยจะต้องรู้ข้อกฎหมายดังว่านี้ จะอ้างว่าไม่มีเจตนาทำผิดกฎหมายไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายลักษณะอาญา ม.43 กฎหมายลักษณะอาญา ม.45 พระราชบัญญัติสุรา พ.ศ.2493 ม.14 พระราชบัญญัติสุรา พ.ศ.2493 ม.38
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจขนสุรารวม ๑๐๗ ขวดปริมาณ ๖๖ ลิตร ๘๗๕ เซ็นติลิตร โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานสรรพสามิตต์ฯลฯ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติสุรา ๒๔๙๓ มาตรา๒๔,๓๘
จำเลยให้การว่า ได้ขนสุราตามฟ้องจริง เป็นสุราที่ขนจากร้านขายปลีกกลับคืนร้านขายส่งของจำเลย การขนนี้จำเลยไม่มีใบอนุญาตกำกับ แต่จำเลยอาศัยหนังสือของเจ้าพนักงานสรรพสามิตต์ที่อนุญาตให้จำเลยขนกลับได้ หนังสือนั้นอยู่ที่โจทก์
โจทก์ส่งหนังสือที่จำเลยอ้างต่อศาล และแถลงว่าเป็นหนังสือของจำเลยขออนุญาตรับสุราปรากฎตามหนังสือนั้นแล้วแต่ไม่ใช่หนังสือใบอนุญาตขนสุราตามแบบในกฎหมาย
ศาลชั้นต้นเห็นว่า ธาตุสำคัญของความผิดอยู่ที่ได้รับอนุญาตหรือไม่เท่านั้น ส่วนใบอนุญาตจะออกภายหลังก็ได้จำเลยกระทำโดยสุจริต ไม่มีเจตนา พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การขนสุราของจำเลย ไม่ใช่เป็นเรื่องลอบขน จึงไม่มีความผิด พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า เอกสารที่จำเลยอ้างอิง ความจริงไม่ใช่การขออนุญาตขนสุราอย่างใดเลย หากเป็นเรื่องที่ผู้ขายส่งขอรับสุราจากร้านขายปลีกกลับคืนมายังร้านขายส่ง ส่วนกฎหมายมีข้อความชัดว่า "ห้ามมิให้ผู้ใดทำการขนสุรา เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตขนสุรา และต้องนำใบอนุญาตขนสุรากำกับไปกับสุราที่ขนด้วย" เมื่อจำเลยทำการขนสุราโดยไม่มีใบอนุญาตขนสุรา หรือไม่นำใบอนุญาตขนสุรากำกับไปกับสุราที่ขนแล้ว จำเลยก็กระทำการฝ่าฝืนมาตรา ๑๔ อันจะต้องมีผิดตามมาตรา ๓๘ ที่ศาลชั้นต้นยกเอาธาตุสำคัญของความผิดโดยเห็นว่า ใบอนุญาตจะออกให้ภายหลังก็ใช้ได้ก็ดี หรือศาลอุทธรณ์เห็นว่า เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้สั่งอนุญาตแล้ว จึงไม่ใช่เป็นเรื่องลอบขน จำเลยไม่มีเจตนาทำผิดกฎหมายนั้นยังไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา จึงพิพากษากลับว่าจำเลยกระทำการฝ่าฝืนตามมาตรา ๑๔ อันเป็นความผิดตามมาตรา ๓๘ พ.ร.บ.สุรา ๒๔๙๓ ปรับจำเลยเป็นเงิน ๑๐๐ บาท
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 379/2494
พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์
นายหยกเทียง แซ่อึ้ง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายหยกเทียง แซ่อึ้ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประมูล สุวรรณศร · นาถปรีชา · มนูกิจวิมลอรรถ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายมนัส วงษ์พาณิช · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิเทศนฤบาล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา