⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 736/2494

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 736/2494

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การเช่าช่วงอสังหาริมทรัพย์โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าเดิม ผู้เช่าช่วงที่ทราบความจริงภายหลังและยังคงใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินที่เช่าต่อไป ถือว่ายอมรับการเช่าช่วงนั้นแล้ว จะอ้างเหตุที่มิได้บอกกล่าวให้ทราบเพื่อปฏิเสธค่าเช่าไม่ได้ * สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่กำหนดค่าเช่าไว้ หากมีการตกลงเปลี่ยนแปลงค่าเช่าเป็นอย่างอื่น จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือจึงจะนำสืบพยานบุคคลเพื่อพิสูจน์การเปลี่ยนแปลงนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

ผู้เช่าเอาโรงแรมมาให้เช่าช่วงโดยไม่รับความยินยอมจากผู้เช่าเดิมทั้งมิได้บอกผู้เช่าช่วงให้รู้ว่าเป็นการเช่าช่วงนั้น เมื่อผู้เช่าช่วงรู้ความจริงภายหลัง แต่ก็มิได้โต้แย้ง หรือบอกล้างแต่อย่างใด คงใช้และรับประโยชน์จากโรงแรมที่เช่านั้นตลอดมา ดังนี้ผู้เช่าช่วงจะไม่ยอมใช้ค่าเช่าแก่ผู้เช่าโดยอ้างเหตุดังกล่าวหาได้ไม่ ตามหนังสือสัญญาเช่า(อสังหาริมทรัพย์) กำหนดค่าเช่าไว้เดือนละ 1500 บาท จะขอสืบพยานบุคคลว่าได้มีการตกลงกันใหม่ ลดค่าเช่าลงนั้น เมื่อไม่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือต่อกัน จะมาขอนำสืบพยาน ดังนี้ย่อมไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.544

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าโรงแรมจากโจทก์คิดค่าเช่าเดือนละ ๑๕๐๐ บาท จำเลยผิดสัญญาเช่า โดยค้างชำระค่าเช่า ๓ เดือน โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยไม่ชำระ จึงฟ้อง จำเลยต่อสู้ว่า โรงแรมเป็นของนางกิมเฮง โจทก์ใช้อุบายหลอกลวงทำกลฉ้อฉลให้จำเลยสำคัญผิดว่าเป็นของโจทก์นิติกรรมจึงเป็นโมฆียะ โจทก์ไม่มีอำนาจเอามาให้เช่าช่วงและจำเลยสู้ว่าโจทก์ลดค่าเช่าเป็นเดือนละ ๕๐๐ บาท ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า สัญญาเช่าสมบูรณ์ ให้จำเลยใช้ค่าเช่า ๔๕๐๐ บาท และดอกเบี้ยแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ในข้อที่จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ใช้อุบายหลอกลวงทำกลฉ้อฉลเอากับจำเลย จึงทำให้สัญญาเช่าตกเป็นโมฆียะนั้น แม้ถึงหากจะเป็นจริงดังจำเลยให้การ แต่ก็ไม่ปรากฎว่าจำเลยได้บอกล้างนิติกรรมแต่อย่างใด กลับรับเอาประโยชน์ตามสัญญา คือจำเลยคงใช้และรับประโยชน์จากโรงแรมรายนี้ตลอดมา ดังนั้นจำเลยจะไม่ยอมใช้ค่าเช่าแก่โจทก์หาได้ไม่ ส่วนที่ว่าโจทก์เอาโรงแรมมาให้จำเลยเช่าช่วงโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าเดิมนั้น กฎหมายบัญญัติเพียงให้ผู้เช่าเดิมจะบอกเลิกสัญญาเสียก็ได้เท่านั้น หาทำให้สัญญาเช่าเป็นโมฆะไม่ สำหรับฎีกาข้อที่จะขอสืบเรื่องลดค่าเช่านั้น เมื่อไม่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือต่อกัน จะมาขอนำสืบพยานบุคคลไม่ได้ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 736/2494 นายลพ คล่องใจ โจทก์ น.ส.อัมพร โพธิสุนทร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายลพ คล่องใจ · จำเลย - น.ส.อัมพร โพธิสุนทร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ประมูล สุวรรณศร · ดุลยการณ์โกวิท
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสุเมธ นวะบุสย์ · ศาลอุทธรณ์ - ม.จ.วุฒิภาคเกษมสันต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 1452/2511ฎีกา 1561/2520ฎีกา 6239/2551ฎีกา 6801/2540ฎีกา 993/2487ฎีกา 5434/2536ฎีกา 794/2509ฎีกา 1627/2505ฎีกา 1896/2492ฎีกา 1550/2493ฎีกา 1036/2506ฎีกา 3649/2525ฎีกา 506/2493ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 1593/2524ฎีกา 6848/2540ฎีกา 1002/2509ฎีกา 461/2552ฎีกา 2170/2517ฎีกา 2253/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา