คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1415/2495
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
แม้โฉนดที่ดินจะระบุชื่อวัดหนึ่งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว แต่ต่างวัดยังคงมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามเขตแดนที่เป็นจริงของแต่ละวัด
ย่อคำพิพากษา
วัด 2 วัดเป็นวัดมานมนานด้วยกัน มีอาณาเขตติดต่อกันต่างวัดต่างมีเจ้าอาวาสปกครองมีนิกายต่างกัน การทำสังฆกรรมก็ไม่ได้ทำร่วมกัน และมีเขตพรรษาต่างหากจากกัน ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองรังวัดออกโฉนดที่ดินของ 2 วัดนี้ รวมเป็นโฉนดเดียวกันแล้วลงชื่อวัดหนึ่งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แต่ผู้เดียว ดังนี้ ก็หาทำให้วัดที่มีชื่อในโฉนดมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินรวมทั้ง 2 วัดแต่ฝ่ายเดียวไม่ ต่างวัดต้องถือกรรมสิทธิ์ตามเขตที่เป็นจริง ของแต่ละวัด
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - วัดพระแท่นศิลาอาสน์ (โดยนายตุ้ย ทองศรีอ้น · โจทก์ - ผู้รับมอบอำนาจจากพระครูประสิทธิพุทธมนต์ · จำเลย - พระวินัยธรสุเวทย์ ไพจิตรกุญชร ที่ 1 · จำเลย - พระมหาชุบ ศรีรอด ที่ 2 โดยส่วนตัวและผู้แทน · จำเลย - สำนักสงฆ์ วัดพระยืน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดุลยการณ์โกวิท · ประศาสน์วินิจฉัย · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา