คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 858/2497
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อสัญญาเช่าครบกำหนดแล้ว ผู้ให้เช่าแจ้งไม่ให้เช่าต่อไป ถือว่าสัญญาเช่าสิ้นสุดลง ผู้เช่าจึงต้องส่งมอบทรัพย์สินคืนโดยไม่มีกำหนดเวลา
ย่อคำพิพากษา
สัญญาเช่าครบอายุแล้วผู้ให้เช่าแจ้งให้ผู้เช่าทราบว่าจะไม่ให้เช่าต่อไปไม่เรียกว่ามีการต่ออายุสัญญาไป โดยไม่มีกำหนด ผู้เช่าจึงถูกฟ้องขับไล่ได้ โดยไม่ต้องมีการบอกเลิกสัญญาเช่าก่อน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้เดิม ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกับคดีอื่นอีก ๕ สำนวน ซึ่งโจทก์ฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลย โดยกล่าวว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๓๔๘ ตำบลจักรวรรดิ์ อำเภอสัมพันธวงศ์ จังหวัดพระนครได้ให้นายกำวุธเช่าปลูกตึกมีกำหนด ๕ ปี ครบกำหนดนายกำวุธได้คืนที่ดินกับตึกให้โจทก์ จำเลยทั้ง ๒ สำนวนได้เช่าตึกรายนี้เพื่อทำาการค้า โดยอาศัยอำนาจนายกำวุธเมื่อนานกำวุธหมดสิทธิจำเลยก็ไม่มีสิทธิจะอยู่ในตึกเช่าต่อไป จำเลยไม่ยอมออกทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้จำเลยใช่ค่าเสียหาย ซึ่งโจทก์ได้รับจากผู้เช่าห้องใหม่ห้องละ ๘๐๐ บาทต่อเดือน
จำเลยอุทธรณ์สำนวนต่อสู้ว่า จำเลยไม่เคยได้รับคำบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าจากผู้ใด โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยเช่าเพื่ออาศัยอยู่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน จำเลยไม่ได้ละเมิดสิทธิโจทก์ จำเลยพร้อมที่จะชำระค่าเช่าในอัตราเดิม โจทก์มิได้เสียหายจริงตามฟ้อง
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยเช่าตึกทำการค้า ไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า จำเลยไม่มีสิทธิใช้สถานที่เช่าของโจทก์ต่อไป สำหรับค่าเสียหายโจทก์ควรได้รับค่าชดใช้จากจำเลยตามสมควร เป็นราย ๆ พิพากษาให้จำเลยทุกสำนวนและบริวารออกจากที่พิพาทและให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย
บริษัทมิตรมงคลพาณิชย์จำกัดจำเลย ฎีกาคัดค้านว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะโจทก์ไม่ได้บอกเลิกสัญญาเช่าตึกล่วงหน้า ๓๐ วันกับจำเลยตามข้อตกลงในสัญญาเช่าระหว่างนายกำวุธกับจำเลย โจทก์รับโอนตึกไปจากนายกำวุธ โจทก์จะต้องรับโอนไปทั้งสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าระหว่างนายกำวุธกับจำเลยด้วย
ศาลฎีกาเห็นว่าสัญญาเช่าระหว่างนายกำวุธกับบริษัทจำเลยนี้มีกำหนดเวลาเช่าย่อมระงับไป เมื่อสิ้นกำหนดเวลาที่ได้ตกลงกันไว้มิพักต้องบอกกล่าวก่อนตามความในมาตรา ๕๖๔ แห่ง ป.พ.พ.ทั้งก่อนสิ้นกำหนดเวลาเช่าจำเลยก็ได้รับทราบจากนายกำวุธ ว่าไม่ได้ให้เช่าตึกรายพิพาท เมื่อสิ้นกำหนดเวลาเช่าแล้ว จำเลยยังคงอยู่ในตึกพิพาทจึงเป็นการอยู่โดยนายกำวุธผู้ให้เช่าไม่ยินยอม จะถือว่าได้มีการทำสัญญา+ต่อไปไม่มีกำหนดเวลาตามความในมาตรา ๕๗๐ แห่ง ป.พ.พ. ก็ไม่ได้ เมื่อสัญญาเช่าระหว่างนายกำวุธกับจำเลยระงับ+ข้อตกลงให้บอกกล่าวล่วงหน้าเลิกการเช่าก่อน ๓๐ วัน+นั้นย่อมระงับไปด้วย ดังนี้แม้โจทก์ผู้รับโอนจะต้องขับไล่+และหน้าที่ของนายกำวุธ ผู้โอนซึ่งมีต่อบริษัทจำเลย โจทก์+ในฐานะเช่นเดียวกับนายกำวุธ คือไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า+การเช่ากับบริษัทจำเลย
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 858/2497
นายศรีศุกร์ เปาโรหิต โจทก์
บริษัทมิตรมงคลพาณิชย์จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายศรีศุกร์ เปาโรหิต · จำเลย - บริษัทมิตรมงคลพาณิชย์จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชวน สิงหลกะ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · + |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - หลวงพิชัยบัณฑิต · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนาทประจิตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา