⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 933/2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 933/2497

ย่อคำพิพากษา

รับรองว่าจะชำระค่าตรวจรักษาให้ แต่ขอยัดให้รอดอีกคนหนึ่งก่อนดังนี้ เป็นการรับสภาพหนี้ตามมาตรา 132

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.132 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.172

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทย์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ เป็นน้องชายจำเลยที่ ๒ และเป็นบิดาของนางสาวสุพิน และอาว์ของนายชู บุตรจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ ให้โจทก์ตรวจรักษาจำเลยที่ ๑ นางสาวสุพินและนายชูเดช คิดเป็นเงินที่จำเลยค้างชำระอยู่อีก ๕,๔๓๓ บาท ๕๐ สตางค์ของให้จำเลยชำระพร้อมกับดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ให้การว่าจำเลยเป็นแต่เพียงผู้พานายชูเดชไป ส่วนค่ารักษาเป็นเรื่องของนายชูเดชหรือจำเลยที่ ๒ ต้องรับผิดบัญชีไม่ถูกต้องความจริงนายชูเดชได้ชำระเสร็จแล้ว คดีโจทก์ขาดอายุความ ค่ารักษาสำหรับจำเลยที่ ๑ และนางสาวสุพิน จำเลยที่ ๑ ชำระแล้ว จำเลยที่ ๑ ไม่ได้ผัดผ่อนหรือรับรองหนี้สินของนายชูเดช จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยที่ ๑ ว่าจ้างโจทก์รักษานายชูเดชกับน้องชาย(นายชูเดช)รวมทั้งตัวจำเลยที่ ๑ และบุตรโดยไม่มีเงื่อนไขสุดแต่โจทก์จะคิดเอา จำเลยที่ ๑ ยังค้างชำระหนี้ตามฟ้อง จำเลยที่ ๒ ไม่ใช่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๕,๔๓๓ บาท ๕๐ สตางค์แก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ตามฟ้องโจทก์มิได้กล่าวถึงว่าจำเลยที่ ๑ ได้ให้รักษาน้องชายนายชูเดชเลย โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะเรียกเงินค่ารักษาน้องชายนายชูเดชจากจำเลยที่ ๑ ได้ พิพากษาแก้ให้จำเลยรับผิดชำระเงินแก่โจทก์เพียง ๕,๓๖๓ บาท ๕๐ สตางค์ นอกจากนี้ยืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าข้อโต้เถียงที่ว่าจำเลยที่ ๑ ได้ตกลงจะชำระค่าตรวจรักษานายชูเดชหรือไม่นั้น เมื่อระลึกถึงพฤติการณ์ที่นายชูเดชเป็นหลานและอยู่ในความปกครองของจำเลยที่ ๑ ก็ไม่น่าเชื่อว่าโจทก์ได้ตกลงตรวจและรักษานายชูเดชโดยคิดเอาค่าตรวจรักษา จำเลยที่ ๒ ซึ่งอยู่ต่างจังหวัดและไม่รู้จักคุ้นเคยกัน ปรากฎตามคำพยานโจทก์เองว่า นางสาวสุพินได้ชำระค่ารักษามาหมดแล้ว หนี้สินยังคงเหลือเฉพาะจำเลยที่ ๑ คนเดียวที่จำเลยได้ชำระหมดแล้วทั้ง ๒ คนนั้นฟังไม่ได้ รวมหนี้สินที่เกี่ยวค้างอันจำเลยที่ ๑ จะต้องชำระให้แก่โจทก์รวมเป็น ๘,๒๔๙ บาท ๕๐ สตางค์โจทก์รับว่าได้มีการชำระแล้ว ๔,๐๐๐ บาท จึงยังคงค้างเพียง ๔,๒๘๔ บาท ๕๐ สตางค์ ส่วนเรื่องอายุความนั้นจำเลยรับรองว่าจะจัดการชำระให้เป็นแต่ขอผัดให้จำเลยที่ ๒ ลงมากรุงเทพฯ เสียก่อนนี้เป็นการรับสภาพหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๒ และนับแต่วันสภาพหนี้มาจนถึงวันฟ้องยังไม่ถึง ๒ ปี คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ พิพากษาแก้ให้จำเลยที่ ๑ ใช้เงินแก่โจทก์ ๔,๒๔๙ บาท ๕๐ สตางค์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 933/2497 นายประพัฒน์ ณ ป้อมเพ็ชร โจทก์ นายเกศ ลัทธิโสภณที่ 1, นายบุญหลง ลัทธิโสภณที่ 2, จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประพัฒน์ ณ ป้อมเพ็ชร · จำเลย - นายเกศ ลัทธิโสภณที่ 1, นายบุญหลง ลัทธิโสภณที่ 2,
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นนทปัญญา · มนูกิจวิมลอรรถ · วิเทศจรรยารักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายฉาย อยู่ยืนยง · ศาลอุทธรณ์ - หลวงประธานคดีศาสตร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2923/2525ฎีกา 4790/2533ฎีกา 933/2496ฎีกา 1117/2527ฎีกา 2460/2517ฎีกา 994/2485ฎีกา 873/2508ฎีกา 916/2509ฎีกา 1123/2514ฎีกา 3711/2533ฎีกา 1739/2498ฎีกา 2039/2522ฎีกา 3443/2526ฎีกา 2752/2522ฎีกา 476/2511ฎีกา 367/2495ฎีกา 159/2513ฎีกา 903-906/2484ฎีกา 1309/2511ฎีกา 458/2533ฎีกา 463/2518ฎีกา 742/2494ฎีกา 1255/2491ฎีกา 830/2496
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา