⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1292/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1292/2500

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้กฎหมายที่แก้ไขใหม่ซึ่งเป็นคุณแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 ต้องพิจารณาถึงอัตราโทษที่กฎหมายกำหนดไว้ หากกฎหมายใหม่กำหนดโทษสูงกว่ากฎหมายเดิมในส่วนที่สูงกว่าที่กฎหมายเดิมกำหนดไว้ ก็ต้องใช้กฎหมายเดิม หากกฎหมายใหม่กำหนดโทษต่ำกว่ากฎหมายเดิมในส่วนที่ต่ำกว่าที่กฎหมายเดิมกำหนดไว้ ก็ต้องใช้กฎหมายใหม่

ย่อคำพิพากษา

การใช้กฎหมายส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลยตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 3 นั้น ต้องพิจารณาทั้งโทษสูงและโทษต่ำ เช่น ถ้าจะลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสถ้าจะลงโทษจำคุกเกิน 7 ปี ซึ่งจะลงได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 เช่นนี้ ต้องใช้ มาตรา 256 เพราะลงโทษจำคุกได้ไม่เกิน 7 ปี แต่ถ้าจะลงโทษต่ำกว่า 2 ปีลงมา (ถึง 6 เดือน) ต้องใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297เพราะบัญญัติให้ทำได้ แต่ถ้าการวางโทษอยู่ในระดับที่ใช้กฎหมายลักษณะอาญาก็ได้หรือใช้ประมวลกฎหมายอาญาก็ได้ เช่นนี้ควรใช้กฎหมายลักษณะอาญา อันเป็นกฎหมายในขณะทำผิด (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 10/2500)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.50 กฎหมายลักษณะอาญา ม.53 กฎหมายลักษณะอาญา ม.256 ประมวลกฎหมายอาญา ม.3 ประมวลกฎหมายอาญา ม.297

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2498 เวลากลางวันจำเลยนี้ได้บังอาจใช้มีดฟันนายโปร่ง แสงเงินข้อมือขาดและแก้มขวาบาดเจ็บถึงรูปหน้าเสียโฉม จึงขอให้ลงโทษ จำเลยต่อสู้ว่านายโปร่งซึ่งเป็นสามีจำเลยได้เอามืออุดปากลูกจนหน้าเขียว ร้องไม่ออก และไม่ดิ้นจำเลยกลัวลูกจะตายจึงฟันเอาหลายทีไม่ทราบว่าถูกที่ไหนบ้าง ทั้งจำเลยเป็นไข้มาเรเลียขึ้นสมอง ไม่รู้สึกผิดชอบขณะที่ฟัน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า ข้อแก้ตัวว่าไม่รู้สึกตัวของจำเลยโดยว่าเป็นไข้มาเรเลียขึ้นสมองนั้นฟังไม่ได้ พิพากษาว่าจำเลยผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 256 ให้จำคุก 3 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยกระทำไปเพื่อป้องกันบุตรแต่เป็นการเกินแก่เหตุ พิพากษาให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 256ประกอบด้วย มาตรา 50, 53 ให้จำคุก 1 ปี แต่ให้รอการลงอาญาไว้ตาม มาตรา 41 โจทก์ฎีกาว่าจำเลยทำไปโดยโกรธ มิใช่เพื่อป้องกันชีวิตลูก จึงขอให้ลงโทษตามศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยคดีแล้ว พิพากษายืน แต่ได้มีการปรึกษาในที่ประชุมใหญ่ในเรื่องการใช้บทกฎหมายลักษณะอาญา และการใช้บทกฎหมายประมวลอาญาลงโทษจำเลยไว้ดังต่อไปนี้ ในขณะที่ศาลฎีกาพิจารณาคดีนี้เป็นเวลาที่ยกเลิกกฎหมายลักษณะอาญาแล้ว และกำลังใช้ประมวลกฎหมายอาญา ตาม มาตรา 3แห่งประมวลกฎหมายอาญา บัญญัติว่า ถ้ากฎหมายที่ใช้ขณะกระทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ในภายหลัง ให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำผิดดังนี้จึงต้องดูว่า กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 256กับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 บทไหนเป็นคุณแก่จำเลย ที่ประชุมใหญ่มีความเห็นว่า มาตรา 256 แห่งกฎหมายลักษณะอาญากับมาตรา 297 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ต่างมีคุณแก่ผู้กระทำผิดคือถ้าดูในโทษขั้นสูงแล้ว มาตรา 256 มีคุณกว่า เพราะจำคุกอย่างสูงเพียง 7 ปี แต่มาตรา 297 ลงโทษอย่างสูงได้ถึง 10 ปี แต่ถ้าจะดูโทษขั้นต่ำแล้ว มาตรา 297 มีคุณกว่า เพราะอาจลงโทษแต่ 6 เดือน ขึ้นไป ส่วน มาตรา 256 ลงโทษจำคุกแต่ 2 ปีขึ้นไป จึงให้ถือหลักว่าถ้าจะลงโทษจำคุกเกิน 7 ปี ต้องใช้กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 256 ถ้าจะลงโทษจำคุกต่ำกว่า 2 ปีลงมา (ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน) แล้วต้องใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 สำหรับการลงโทษในคดีนี้ เมื่ออาจจะใชมาตรา 256, 50, 53แห่งกฎหมายลักษณะอาญาก็เป็นคุณแก่จำเลยแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1292/2500 อัยการจังหวัดเพชรบุรี โจทก์ นางไทย แสงเงิน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดเพชรบุรี · จำเลย - นางไทย แสงเงิน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูกิจวิมลอรรถ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1348/2496ฎีกา 2246/2520ฎีกา 143/2486ฎีกา 7217/2544ฎีกา 2669/2538ฎีกา 5414/2536ฎีกา 1867/2531ฎีกา 1442/2498ฎีกา 2176/2543ฎีกา 236/2513ฎีกา 264/2499ฎีกา 1826/2547ฎีกา 3948/2566ฎีกา 1336/2553ฎีกา 1069/2547ฎีกา 1502/2518ฎีกา 1148/2534ฎีกา 628/2493ฎีกา 51/2502ฎีกา 621/2494ฎีกา 801/2503ฎีกา 4150/2529ฎีกา 11/2539ฎีกา 404/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา