⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 925/2501

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 925/2501

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาเช่าเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้เช่า เมื่อผู้เช่าตาย สิทธิการเช่าก็ย่อมสิ้นสุดลง ทายาทจึงไม่อาจรับมรดกสิทธิการเช่าต่อไปได้

ย่อคำพิพากษา

สัญญาเช่าเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้เช่า เมื่อผู้เช่าตาย สิทธิการเช่าก็ย่อมสิ้นสุดลง จะรับมรดกกันไม่ได้ โจทก์ซึ่งอ้างว่าเป็นทายาทและผู้จัดการมรดกของผู้เช่า ไม่มีอำนาจเข้าสรวมสิทธิการเช่าของผู้ตาย และไม่มีอำนาจฟ้องขอบังคับจำเลยให้รื้อถอนเรือนที่ปลูกในที่ดินซึ่งผู้ตายได้เช่าที่ดินส่วนนั้นไว้จากบุคคลภายนอก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.564 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1600 พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ม.17

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ข้อเท็จจริงได้ความว่าที่ดินรายพิพาทเป็นของวัดสุนทรธรรมทานมองให้กรมการศาสนาจัดการให้เช่านายชุบกับนางลิ้นจี่บิดามารดาโจทก์ได้เช่าที่ของวัดส่วนหนึ่งใช้เป็นที่ปลูกเรือนอยู่อาศัย ในที่ที่เช่านี้ต่อมาได้มีเรือนปลูกขึ้นอีกหลังหนึ่ง ซึ่งต่อมาประมาณ ๑๐ ปีนี้ได้ตกเป็นของจำเลยครอบครองมา ครั้นเมื่อนายชุบถึงแก่ความตายแล้ว นางลิ้นจี่ได้ทำหนังสือสัญญาเช่ากับกรมการศาสนาเช่าที่รายนี้มีกำหนดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๒๑ มิ.ย.๙๔ ถึงวันที่ ๒๐ มิ.ย.๙๗ ต่อมาวันที่ +ม.ค.๙๘ นางลิ้นจี่ถึงแก่ความตาย โจทก์ร้องต่อศาล+ศาลได้แต่งตั้งให้โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกนางลิ้นจี่แล้วภายหลังนางลิ้นจี่ถึงแก่ความตายเกินกว่า ๓๐ วัน ก็ไม่มีทายาทของผู้เช่าเดิมแสดงความจำนงขอเช่าที่รายนี้จนกระทั่งถึงวันที่ ๑๒ ก.พ.๙๘ โจทก์จึงได้แจ้งต่อกรมการศาสนาขอเช่าที่รายนี้ซึ่งมีเรือนจำเลยปลูกอยู่ขัด+กับจำเลยซึ่งขอเช่าที่ตอนที่มีเรือนจำเลยปลูกอยู่เสียเองเมื่อมีข้อขัดแย้งกันเช่นนี้ กรมการศาสนากองสาสนสม+ได้มีมติให้ทั้งโจทก์และจำเลยเช่าที่ดินตอนที่โจทก์จำเลยปลูกบ้านอยู่ แต่แผนกให้เช่ายังมิได้สั่งให้งดเก็บค่าเช่าแผนกเก็บค่าเช่าจึงเก็บค่าเช่าเรื่อยมาแต่เก็บในชื่อของนางลิ้นจี่ ตามฟ้อง โจทก์ถือว่าโจทก์เป็นทายาทและผู้จัดการมรดกของนางลิ้นจี่ จึงฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยรื้อถอนเรือนจากที่ดินที่เช่ารายนี้ โดยอ้างว่าเป็นสิทธิของกองมรดกของนางลิ้นจี่ ปัญหาเบื้องแรกคือ โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยรื้อถอนเรือนจากที่ดินที่เช่ารายนี้ โดยอ้างว่าเป็นสิทธิของกองมรดกของนางลิ้นจี่ ปัญหาเบื้องแรกคือ โจทก์มีอำนาจฟ้องขอบังคับดังกล่าวหรือไม่ ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสอง ให้ยกฟ้องโจทก์ ข้อวินิจฉัยของศาลฎีกามีว่า โดยข้อเท็จจริงที่รับฟังดังกล่าวข้างต้น ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาเช่าเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้เช่าเมื่อผู้เช่าตาย สิทธิการเช่าก็ย่อมสิ้นสุดลง จะรับมรดกไม่ได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา ๑๖๐๐ ฉะนั้นโดยข้อกฎหมาย โจทก์ซึ่งอ้างว่าเป็นทายาทและผู้จัดการมรดกของนางลิ้นจี่ผู้เช่าจึงไม่มีอำนาจเข้าสรวมสิทธิการเช่าของนางลิ้นจี่ผู้ตาย และไม่มีอำนาจฟ้องขอบังคับจำเลยคดีนี้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 925/2501 นางจรัส แก้วเนตร์ ผู้จัดการมรดกของนางลิ้นจี่ จินตยานนท์ โจทก์ นางบุญลาภ มานิตยกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางจรัส แก้วเนตร์ ผู้จัดการมรดกของนางลิ้นจี่ จินตยานนท์ · จำเลย - นางบุญลาภ มานิตยกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวน สิงหลกะ · ดุลยการณ์โกวิท · ทรงนิติกรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายสุมิตร ฟักทองพรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสนอ บุณยเกียรติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 2560/2536ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 1280/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา