คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 925/2501
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาเช่าเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้เช่า เมื่อผู้เช่าตาย สิทธิการเช่าก็ย่อมสิ้นสุดลง ทายาทจึงไม่อาจรับมรดกสิทธิการเช่าต่อไปได้
ย่อคำพิพากษา
สัญญาเช่าเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้เช่า เมื่อผู้เช่าตาย สิทธิการเช่าก็ย่อมสิ้นสุดลง จะรับมรดกกันไม่ได้
โจทก์ซึ่งอ้างว่าเป็นทายาทและผู้จัดการมรดกของผู้เช่า ไม่มีอำนาจเข้าสรวมสิทธิการเช่าของผู้ตาย และไม่มีอำนาจฟ้องขอบังคับจำเลยให้รื้อถอนเรือนที่ปลูกในที่ดินซึ่งผู้ตายได้เช่าที่ดินส่วนนั้นไว้จากบุคคลภายนอก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ข้อเท็จจริงได้ความว่าที่ดินรายพิพาทเป็นของวัดสุนทรธรรมทานมองให้กรมการศาสนาจัดการให้เช่านายชุบกับนางลิ้นจี่บิดามารดาโจทก์ได้เช่าที่ของวัดส่วนหนึ่งใช้เป็นที่ปลูกเรือนอยู่อาศัย ในที่ที่เช่านี้ต่อมาได้มีเรือนปลูกขึ้นอีกหลังหนึ่ง ซึ่งต่อมาประมาณ ๑๐ ปีนี้ได้ตกเป็นของจำเลยครอบครองมา ครั้นเมื่อนายชุบถึงแก่ความตายแล้ว นางลิ้นจี่ได้ทำหนังสือสัญญาเช่ากับกรมการศาสนาเช่าที่รายนี้มีกำหนดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๒๑ มิ.ย.๙๔ ถึงวันที่ ๒๐ มิ.ย.๙๗ ต่อมาวันที่ +ม.ค.๙๘ นางลิ้นจี่ถึงแก่ความตาย โจทก์ร้องต่อศาล+ศาลได้แต่งตั้งให้โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกนางลิ้นจี่แล้วภายหลังนางลิ้นจี่ถึงแก่ความตายเกินกว่า ๓๐ วัน ก็ไม่มีทายาทของผู้เช่าเดิมแสดงความจำนงขอเช่าที่รายนี้จนกระทั่งถึงวันที่ ๑๒ ก.พ.๙๘ โจทก์จึงได้แจ้งต่อกรมการศาสนาขอเช่าที่รายนี้ซึ่งมีเรือนจำเลยปลูกอยู่ขัด+กับจำเลยซึ่งขอเช่าที่ตอนที่มีเรือนจำเลยปลูกอยู่เสียเองเมื่อมีข้อขัดแย้งกันเช่นนี้ กรมการศาสนากองสาสนสม+ได้มีมติให้ทั้งโจทก์และจำเลยเช่าที่ดินตอนที่โจทก์จำเลยปลูกบ้านอยู่ แต่แผนกให้เช่ายังมิได้สั่งให้งดเก็บค่าเช่าแผนกเก็บค่าเช่าจึงเก็บค่าเช่าเรื่อยมาแต่เก็บในชื่อของนางลิ้นจี่
ตามฟ้อง โจทก์ถือว่าโจทก์เป็นทายาทและผู้จัดการมรดกของนางลิ้นจี่ จึงฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยรื้อถอนเรือนจากที่ดินที่เช่ารายนี้ โดยอ้างว่าเป็นสิทธิของกองมรดกของนางลิ้นจี่
ปัญหาเบื้องแรกคือ โจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยรื้อถอนเรือนจากที่ดินที่เช่ารายนี้ โดยอ้างว่าเป็นสิทธิของกองมรดกของนางลิ้นจี่
ปัญหาเบื้องแรกคือ โจทก์มีอำนาจฟ้องขอบังคับดังกล่าวหรือไม่
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสอง ให้ยกฟ้องโจทก์
ข้อวินิจฉัยของศาลฎีกามีว่า โดยข้อเท็จจริงที่รับฟังดังกล่าวข้างต้น ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาเช่าเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้เช่าเมื่อผู้เช่าตาย สิทธิการเช่าก็ย่อมสิ้นสุดลง จะรับมรดกไม่ได้ตาม ป.พ.พ.มาตรา ๑๖๐๐ ฉะนั้นโดยข้อกฎหมาย โจทก์ซึ่งอ้างว่าเป็นทายาทและผู้จัดการมรดกของนางลิ้นจี่ผู้เช่าจึงไม่มีอำนาจเข้าสรวมสิทธิการเช่าของนางลิ้นจี่ผู้ตาย และไม่มีอำนาจฟ้องขอบังคับจำเลยคดีนี้
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 925/2501
นางจรัส แก้วเนตร์ ผู้จัดการมรดกของนางลิ้นจี่ จินตยานนท์ โจทก์
นางบุญลาภ มานิตยกุล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางจรัส แก้วเนตร์ ผู้จัดการมรดกของนางลิ้นจี่ จินตยานนท์ · จำเลย - นางบุญลาภ มานิตยกุล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชวน สิงหลกะ · ดุลยการณ์โกวิท · ทรงนิติกรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายสุมิตร ฟักทองพรรณ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสนอ บุณยเกียรติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา