⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1550/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1550/2503

ป.วิ.อาญา ม.134, 172

ย่อคำพิพากษา

เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธแล้ว จะกลับรับสารภาพก็ทำได้ ไม่จำต้องให้ศาล อนุญาตเสียก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.134 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.172

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.134 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.172 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้มีดแทงนายจันทาตายโดยเจตนาฆ่า ขอให้ลงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ และริบมีดของกลาง นายเค้าบิดาผู้ตายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต เดิมจำเลยให้การปฏิเสธ ต่อมาเมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จและสืบพยานจำเลยได้ ๔ ปาก จำเลยขอให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำคุก ๑๕ ปี จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก ๗ ปี ๖ เดือน มีดของกลางริบ โจทก์ร่วมอุทธรณ์ว่า ศาลชั้นต้นวางโทษเบาไป และจำเลยรับเพราะจำนนต่อพยานโจทก์ จึงไม่ควรลดโทษ อีกทั้งศาลชั้นต้นยังไม่สั่งอนุญาตให้จำเลยถอนคำให้การเดิม ต้องถือว่าจำเลยยังคงปฏิเสธฟ้องอยู่ตามเดิม ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะข้อลดโทษเป็นว่า ให้ลดโทษ ๑ ใน ๓ คงจำคุก ๑๐ ปี โจทก์ร่วมฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยหนักกว่านี้อีก และว่า การแถลงรับสารภาพภายหลังเป็นการแก้ไขคำให้การเดิมที่ปฏิเสธ ศาลชั้นต้นยังไม่สั่งอนุญาต ต้องถือว่าจำเลยคงปฏิเสธอยู่ตามเดิม เรื่องการวางโทษ ศาลฎีกาเห็นว่าไม่มีเหตุที่ควรจะเปลี่ยนแปลง ส่วนข้อที่โจทก์ร่วมฎีกาว่า จำเลยให้การปฏิเสธในชั้นแรกแล้วกลับรับสารภาพในภายหลังโดยศาลชั้นต้นยังไม่สั่งอนุญาตให้ถอนคำให้การเดิม ต้องถือว่า จำเลยคงปฏิเสธอยู่ตามเดิม นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จะต่อสู้คดีหรือรับสารภาพเป็นสิทธิของจำเลย ในชั้นสอบสวน เมื่อผู้ต้องหาเต็มใจให้การอย่างใด ก็ให้จำคำให้การไว้ ในชั้นศาลจำเลยจะต่อสู้คดีอย่างใด ก็ให้จดคำให้การไว้เช่นเดียวกัน เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธแล้วจะกลับรับสารภาพก็ทำได้ ไม่จำต้องให้ศาลอนุญาตเสียก่อน ศาลฎีกาพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1550/2503 อัยการจังหวัดสกลนคร โจทก์ นายเค้า แสนสิทธิ โจทก์ร่วม นายสมัย สุวรรณคำ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดสกลนคร · โจทก์ร่วม - นายเค้า แสนสิทธิ · จำเลย - นายสมัย สุวรรณคำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พจน์ ปุษปาคม · ประกอบ หุตะสิงห์ · คร้าม สิวายะวิโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสกลนคร - นายสอน ไชยสุต · ศาลอุทธรณ์ - นายอินทร์ อุดล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6635/2551ฎีกา 880/2502ฎีกา 300/2501ฎีกา 1554/2521ฎีกา 8272/2553ฎีกา 1700/2548ฎีกา 5042/2549ฎีกา 1957/2515ฎีกา 4048/2528ฎีกา 3423/2548ฎีกา 11720/2555ฎีกา 1249-1250/2492ฎีกา 9345/2558ฎีกา 2274/2525ฎีกา 2670/2521ฎีกา 639/2503ฎีกา 2250/2541ฎีกา 2724/2519ฎีกา 15274/2553ฎีกา 766/2504ฎีกา 1211/2481ฎีกา 1282/2531ฎีกา 2129/2532ฎีกา 352/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา