⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 919/2504

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 919/2504

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานว่ามีผู้อื่นกระทำความผิดอาญาที่ตนได้รู้ว่ามิได้มีการกระทำผิดเช่นนั้น ย่อมเป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยไปแจ้งความต่อตำรวจว่ารถจักยานถูกขโมยไป ไม่รู้ว่าใครเป็นคนร้าย ต่อมาจำเลยให้การต่อพนักงานสอบสวนว่า โจทก์เป็นคนร้าย โดยตนเห็นและได้ไล่ติดตามโจทก์ในคืนเกิดเหตุด้วย เช่นนี้ จำเลยย่อมมีความผิดฐานแจ้งความเท็จ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.172

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองบังอาจเอาข้อความซึ่งรู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานว่าโจทก์เป็นคนร้ายลักรถจักรยานของจำเลยที่ ๑ ไป ขอให้ลงโทษ จำเลยให้การปฎิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานแจ้งความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๒ ให้จำคุกไว้คนละ ๑๕ วัน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามเบ็ดเสร็จรายวันของสถานีตำรวจภูธรเมืองลำพูนว่าจำเลยที่ ๑ ไปแจ้งความว่า ตื่นขึ้นเวลา ๕ น. ลงไปดูรถจักรยานไม่เห็น ไม่ทราบว่าใครเป็นคนร้ายลักไป จ่านายสิบตำรวจบุญมี ซึ่งทำหน้าที่นายร้อยเวรผู้รับแจ้งความจากจำเลยที่ ๑ เป็นพยานให้การว่า จำเลยที่ ๑ ว่าไม่รู้ว่าใครเป็นคนร้าย พยานได้ถามว่าสงสัยใครไหม จำเลยที่ ๑ ก็ว่า ไม่รู้ ดังนี้ หากจำเลยที่ ๑ ได้ฉายไฟเห็นโจทก์เป็นคนลักรถจักรยานของจำเลยที่ ๑ ไปจริงดังที่ให้การไว้ต่อพนักงานสอบสวน ต่อมาจำเลยที่ ๑ ก็น่าจะได้ระบุชื่อโจทก์ว่าเป็นคนร้ายต่อเจ้าพนักงานในวันที่ไปแจ้งความนั้นแล้ว ไม่ปรากฎว่ามีความจำเป็นอย่างใดที่จะต้องปิดชื่อคนร้ายไว้ อีกข้อหนึ่ง จำเลยแจ้งความว่า ตื่นขึ้นเวลา ๕ น. เห็นรถหายไป แต่ให้การต่อพนักงานสอบสวนว่าคนร้ายมาลักรถไปเวลาราวเที่ยงคืน ตามข้อเท็จจริงและเหตุผลดังกล่าวมานี้เชื่อว่าจำเลยทั้งสองคนมิได้รู้ว่าใครเป็นคนร้ายลักรถจักรยานของจำเลยที่ ๑ ไป เพราะตื่นขึ้นก็เห็นรถหายไปเสียแล้ว จึงได้ไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจว่ารถจักรยานถูกคนร้ายลักไป ไม่รู้ว่าใครเป็นคนร้าย ฉะนั้นที่จำเลยทั้งสองให้การต่อพนักงานสอบสวนว่าเห็นโจทก์เป็นคนร้ายลักรถจักรยานของจำเลยไปจึงเป็นการแจ้งความเท็จ ต้องมีความผิด พิพากษากลับ ให้บังคับคดีลงโทษจำเลยไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 919/2504 นายเขียว โนมะนา ผู้เยาว์ โดยนายดี โนมะนา บิดาผู้แทนโดยชอบธรรม โจทก์ นายทองเทพ เมืองพิน ที่ 1 นายจำนง กองค้า ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเขียว โนมะนา ผู้เยาว์ โดยนายดี โนมะนา บิดาผู้แทนโดยชอบธรรม · 1 - นายทองเทพ เมืองพิน ที่ · จำเลย - นายจำนง กองค้า ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจริญ ฤทธิศาสตร์ · สุทธิวาทนฤพุฒิ · สนิท สุมาวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำพูน - นายเสถียร ลิมปิษเฐียร · ศาลอุทธรณ์ - นายพยุง วัฒนะสิงหะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3025/2526ฎีกา 1076/2551ฎีกา 284/2507ฎีกา 1047/2514ฎีกา 1499/2531ฎีกา 13537/2553ฎีกา 209/2506ฎีกา 1370/2505ฎีกา 1050/2514ฎีกา 2372/2519ฎีกา 897/2507ฎีกา 2482/2527ฎีกา 586-600/2504ฎีกา 2249/2515ฎีกา 1022/2505ฎีกา 125/2507ฎีกา 4/2537ฎีกา 95/2507ฎีกา 844/2506ฎีกา 2453/2521ฎีกา 2027/2526ฎีกา 5236/2549ฎีกา 3363/2532ฎีกา 1801/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา