⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1279/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1279/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัลเป็นความผิดอันไม่อาจยอมความได้ และเจ้าพนักงานสามารถดำเนินคดีได้แม้ไม่มีการร้องทุกข์ การจับนมผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายตามมาตรา 278

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัล ซึ่งเป็นความผิดอันไม่อาจยอมความได้นั้น แม้ไม่มีการร้องทุกข์ เจ้าพนักงานก็ดำเนินคดีแก่จำเลยได้ จำเลยจับนมผู้เสียหายในรถประจำทางซึ่งมีคนโดยสารแน่นนั้น เป็นการกระทำต่อหน้าธารกำนัล แม้มิได้มีพยานรู้เห็นการกระทำของจำเลยมาเบิกความในชั้นศาล การที่จำเลยจับนมผู้เสียหายโดยไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายได้อนุญาตยินยอมนั้น เป็นการใช้กำลังประทุษร้ายตามมาตรา 278 แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.278 ประมวลกฎหมายอาญา ม.281

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานกระทำอนาจารจับนมผู้เสียหายต่อหน้าธารกำนัลบนรถประจำทาง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้องให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาจากพยานหลักฐานในท้องสำนวน ข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาได้ความดังนี้ ตามวันเวลาที่โจทก์หา ผู้เสียหายอายุ 19 ปี ขึ้นรถประจำทางสายกรมที่ดิน-คลองเตยที่สะพานน้อยในรถนั้นมีคนแน่น ที่นั่งเต็มหมด ผู้เสียหายต้องยืน จำเลยยืนอยู่ข้างหลังผู้เสียหายและดันหลังผู้เสียหาย เมื่อต้นเดือนเดียวกันจำเลยเคยจับของลับผู้เสียหายครั้งหนึ่งแล้วเมื่อจำเลยมาดันอยู่ข้างหลัง ผู้เสียหายก็เดินหนีไปข้างหน้าและได้ที่นั่งจึงนั่งลง สักครู่จำเลยก็มายืนชิดผู้เสียหาย พอรถเลี้ยวจำเลยก็เอามือซ้ายจับนมข้างขวาของผู้เสียหายโดยจับนอกเสื้อผู้เสียหายรู้สึกอายมาก จึงผลักมือจำเลยเมื่อรถถึงสี่แยกปทุมวันจำเลยลงจากรถ ผู้เสียหายก็ตามลงไปและบอกตำรวจ พาตำรวจไปจับจำเลยได้ ข้อเท็จจริงได้ความดังนี้ 1. จำเลยฎีกาว่า ผู้เสียหายยังไม่บรรลุนิติภาวะ อำนาจปกครองอยู่แก่บิดามารดาจะร้องทุกข์ได้ต้องได้รับอนุญาตและยินยอมจากบิดามารดา ปัญหานี้มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแต่ศาลชั้นต้น ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย อย่างไรก็ตาม คดีนี้เหตุเกิดต่อหน้าธารกำนัล จึงมิใช่ความผิดอันยอมความได้ แม้จะมิได้มีการร้องทุกข์ เจ้าพนักงานก็ดำเนินคดีแก่จำเลยได้ 2. จำเลยฎีกาว่า สถานที่เกิดเหตุบนรถเมล์ประจำทางมิได้มีพยานรู้เห็นการกระทำของจำเลยมาเบิกความในศาล จึงมิใช่เป็นการกระทำต่อหน้าธารกำนัล ศาลฎีกาเห็นว่าศาลฟังข้อเท็จจริงแล้วว่าจำเลยจับนมผู้เสียหายในรถประจำทางซึ่งมีคนโดยสารแน่นเป็นการกระทำต่อหน้าธารกำนัล 3. จำเลยฎีกาว่า ผู้เสียหายมิได้เบิกความว่า การที่จำเลยจับนมนั้นผู้เสียหายมิได้ยินยอมหรือไม่สมัครใจแสดงกิริยาขัดขืนการจับนี้จึงรับฟังไม่ได้ว่าใช้กำลังกายบังคับหรือขู่เข็ญผู้เสียหายศาลฎีกาเห็นว่า ข้อนี้ก็มิได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลอุทธรณ์ อย่างไรก็ดีการที่จำเลยจับนมผู้เสียหายโดยไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายได้อนุญาตยินยอมนั้น เป็นการใช้กำลังประทุษร้าย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 แล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1279/2506 ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครใต้ โจทก์ นายสมคิด แซ่โง้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครใต้ · จำเลย - นายสมคิด แซ่โง้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)คร้าม สิวายะวิโรจน์ · ชวน สิงหลกะ · สำราญ ศิริพันธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 974-975/2554ฎีกา 1357/2545ฎีกา 6668/2551ฎีกา 2249/2520ฎีกา 19406/2555ฎีกา 2084/2531ฎีกา 444/2537ฎีกา 2740/2523ฎีกา 214/2524ฎีกา 250/2510ฎีกา 667/2521ฎีกา 2049/2529ฎีกา 2566/2530ฎีกา 4066/2545ฎีกา 501/2503ฎีกา 1522/2506ฎีกา 1543/2547ฎีกา 1958/2518ฎีกา 3257/2527ฎีกา 6844/2554ฎีกา 2879/2516ฎีกา 7986/2540ฎีกา 5521/2537ฎีกา 421/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา