⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 237-244/2506

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 237-244/2506

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* หากจำเลยถึงแก่ความตายก่อนได้รับสำเนาคำฟ้องอุทธรณ์ การดำเนินคดีต่อไปได้ต้องมีผู้รับช่วงสิทธิและหน้าที่ และศาลต้องมีคำสั่งอนุญาต * การคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2493 เพื่อให้ผู้เช่าคงอยู่ต่อไป จะมีผลเฉพาะในช่วงที่สัญญาเช่ายังมีผลบังคับอยู่เท่านั้น * การเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ แม้ผู้เช่าจะยอมรับว่าได้เช่า แต่หากผู้ให้เช่าฟ้องเรียกค่าเช่าที่ค้าง การยอมรับนั้นไม่ถือเป็นหลักฐานเป็นหนังสือที่จะฟ้องเรียกค่าเช่าได้

ย่อคำพิพากษา

คดีที่จำเลยตายเสียก่อนได้รับสำเนาฟ้องอุทธรณ์นั้น จะดำเนินต่อไปได้ก็ต่อเมื่อได้มีผู้เข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะ และศาลจะต้องมีคำสั่งอนุญาตด้วย การคุ้มครองที่จะได้รับตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2493 ในกรณีที่จะบังคับไม่ให้ผู้ให้เช่าบอกเลิกสัญญาและขับไล่ผู้เช่าออกจากที่นานั้น จะมีได้ก็แต่ในระหว่างที่สัญญาเช่ายังมีอายุอยู่เท่านั้น การเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือ เมื่อผู้ให้เช่าเป็นโจทก์ฟ้อง แม้จำเลยให้การรับว่าได้เป็นผู้เช่าแต่ต่อสู้ไม่ยอมออกจากที่เช่านั้น หาใช่หลักฐานเป็นหนังสืออันโจทก์จะฟ้องเรียกค่าเช่าที่ค้างได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.42 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.43 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดี ๘ สำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โจทก์ฟ้องมีใจความว่าจำเลยทั้ง ๘ สำนวนต่างเช่านาของโจทก์โดยไม่มีสัญญาเช่ามาเป็นเวลา ๑๐ ปี จำเลยไม่ชำระค่าเช่าโจทก์บอกเลิกการเช่าแล้ว แต่จำเลยไม่ออกจากที่นา ขอให้บังคับ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ทั้ง ๘ สำนวน โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ขับไล่จำเลยทั้ง ๘ สำนวนพร้อมทั้งบริวารออกจากที่นาที่เช่าและให้จำเลยใช้ค่าเช่ากับค่าเสียหายแกโจทก์ด้วย จำเลยทั้ง ๘ สำนวนฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อปรากฏว่านางสายจำเลยได้ตายเสียก่อนได้รับสำเนาฟ้องอุทธรณ์เช่นนี้ คดีจะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้ก็ต่อเมื่อได้มีบุคคลเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะ และศาลจะต้องมีคำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตในการที่จะเข้ามาเป็นคู่ความแทน ตามนัยมาตรา ๔๒ และ ๔๓ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีที่นางสายเป็นจำเลยไปนั้น จึงเป็นการมิชอบ สำหรับคดีอื่นอีก ๗ สำนวนนั้น เป็นว่าการคุ้มครองที่จะได้รับตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๔๙๓ ในกรณีที่จะบังคับไม่ให้ผู้ให้เช่าให้ผู้เช่าเลิกใช้หรือเลิกรับประโยชน์จากนาที่เช่า คือ ในกรณีบอกเลิกสัญญาเช่าและขับไล่ผู้เช่าออกจากที่นานั้น จะมีได้ก็แต่เฉพาะในระหว่างที่สัญญาเช่ายังมีอายุอยู่เท่านั้น อายุแห่งสัญญาเช่าที่ทำไว้ก่อนประกาศพระราชกฤษฎีกาในคดีที่โจทก์ฟ้องนี้ กฎหมายให้มีอายุต่อไปได้ไม่เกิน ๕ ปี นับแต่วันประกาศพระราชกฤษฎีกา การเช่านาของจำเลยทุกรายจึงได้รับความคุ้มครองมาเพียง พ.ศ. ๒๔๙๙ การที่จำเลยยังคงใช้และรับประโยชนจากนาที่เช่าต่อมา จึงเป็นการเช่าโดยไม่มีกำหนดเวลาซึ่งผู้ให้เช่าคือโจทก์ อาจบอกเลิกสัญญาเมื่อใดก็ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การเช่าทั้ง ๗ รายนี้ โจทก์บอกเลิกเมือ่ก่อนฤดูทำนา พ.ศ. ๒๕๐๒ ฉะนั้น คดีเหล่านี้จึงมิใช่กรณีที่มีข้อพิพาทเกี่ยวแก่ข้อเท็จจริงหรือการใช้สิทธิตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. ๒๔๙๓ โจทก์ไม่ต้องเสนอเรื่องให้คณะกรรมการอำเภอวินิจฉัยก่อน ปัญหาต่อไปมีว่า โจทก์จะมีสิทธิเรียกร้องค่าเช่าที่ค้างชำระจากจำเลยได้หรือไม่ เห็นว่า เพียงแต่การที่จำเลยให้การรับว่าได้เป็นผู้เช่านาโจทก์จริง โดยต่อสู้ไม่ยอมออกจากนาที่เช่า หาเป็นหลักฐานเป็นหนังสือที่จะทำให้ข้อเรียกร้องของโจทก์ตามฟ้องซึ่งเมื่อฟ้องนั้นไม่มีหลักฐานเป็นหนังสืออันศาลจะบังคับให้โจทก์ตามฟ้องนั้นได้ กล่าวคือ ในเวลาที่โจทก์ฟ้องร้องให้บังคับคดีนั้น หามีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดไม่ ในกรณีนี้ เมื่อผู้ให้เช่ามีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าตามหลักทั่วไปในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กรณีก็ต้องบังคับตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กล่าวคือ โจทก์จะฟ้องร้องให้บังคับคดีเรียกค่าเช่าที่ค้างนั้นหาได้ไม่ โจทก์คงเรียกร้องได้แต่เพียงค่าเสียหายที่จำเลยไม่ยอมออกจากนาที่เช่าตั้งแต่วันบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่า พิพากษาแก้เป็นว่า คดีที่นางสายเป็นจำเลย ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่บังคับแก่นางสายนั้นเสีย ให้ศาลอุทธรณ์จัดการดำเนินคดีนี้เสียใหม่ ให้ขับไล่จำเลยทั้ง ๗ สำนวนพร้อมทั้งบริวารออกจากนาที่เช่า และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ส่วนค่าเช่าที่ค้างเป็นอันไม่ต้องชำระ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 237 - 244/2506 พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าหญิงรำไพประภา โดยนายประพันธ์ อาจสำอาง ผู้ รับมอบอำนาจ โจทก์ นางไล้ อ่วมสืบเชื้อ หรือเผือกถี กับจำเลยอื่น ๆ รวม 8 สำนวน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ - พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าหญิงรำไพประภา โดยนายประพันธ์ อาจสำอาง · โจทก์ - รับมอบอำนาจ · ล. - นางไล้ อ่วมสืบเชื้อ หรือเผือกถี กับจำเลยอื่น ๆ รวม 8 สำนวน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมูล สุวรรณศร · ยง เหลืองรังษี · เสนอ บุณยเกียรติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายสุมิตร ฟักทองพรรณ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารกิจปรีชา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1111/2494ฎีกา 2018/2548ฎีกา 67-68/2491ฎีกา 1439/2524ฎีกา 1437/2510ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 1114/2549ฎีกา 3496/2535ฎีกา 1390/2506ฎีกา 249/2486ฎีกา 1627/2505ฎีกา 2750/2519ฎีกา 3193/2534ฎีกา 247/2529ฎีกา 514/2499ฎีกา 46-48/2522ฎีกา 2132/2538ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2224/2528ฎีกา 3303/2532ฎีกา 4511/2529ฎีกา 1061/2511ฎีกา 1748/2511ฎีกา 1616/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา