คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1238/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเช่าอสังหาริมทรัพย์ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดมาแสดง หากไม่มีหลักฐานดังกล่าว การครอบครองปรปักษ์หรือการอาศัยโดยอาศัยสิทธิของผู้อื่นย่อมไม่มีผลคุ้มครองเมื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์บอกเลิกการครอบครอง
ย่อคำพิพากษา
จำเลยปลูกบ้านอยู่ในที่พิพาทและเลี้ยงหมู เป็ด ไก่ ส่วนบริวารจำเลยนอกจากจะเลี้ยงหมู เป็ด ไก่ ยังตั้งโรงทำไอสครีม และโรงทำเต้าหู้ขาย จึงเป็นการใช้ที่พิพาทเพื่อประกอบการค้า หากจะฟังว่าจำเลยอยู่ในที่พิพาทด้วยการเช่า จำเลยก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันฯ
การเช่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดมาแสดงว่ายอมให้เช่า เมื่อไม่มีก็ต้องฟังตามโจทก์ว่าจำเลยอยู่ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิของโจทก์ซึ่งมิใช่สิทธิในการเช่า เมื่อโจทก์บอกเลิกการอาศัยแล้วจำเลก็ไม่มีสิทธิจะอยู่ในที่พิพาทได้ต่อไป
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยซึ่งเป็นผู้อาศัยออกไปจากที่ดินของโจทก์ และเรียกค่าเสียหาย
จำเลยสู้ว่า จำเลยเช่าและได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.๒๔๘๙
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวาร และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยที่ ๑ ปลูกบ้านอยู่ในที่พิพาทและเลี้ยงหมู เป็ด ไก่ กับขุดบ่อเลี้ยงปลาขาย และบริวารปลูกโรงทำไอสครีมให้ผู้อื่นรับไปขายและขายเองด้วย จำเลยที่ ๒ มีบ้านอยูใกล้ๆ ที่พิพาท แต่ได้ใช้ที่พิพาทเลี้ยงหมู เป็ด ไก่ ขายและเข้าหุ้นกับคนอื่น ตั้งโรงทำเต้าหู้ขายในที่พิพาท จนกระทั่งสามีตายจึงได้ถอนหุ้น แต่โรงเต้าหูยังคงทำเป็นกิจการอยู่นั้น เป็นการใช้ที่พิพาทเพื่อประกอบการค้า หากจะฟังว่าจำเลยทั้งสองได้อยู่ในที่พิพาทด้วยการเช่า จำเลยทั้งสองก็ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันฯ
ตามที่จำเลยทั้งสองอ้างว่าเช่าก็ไม่มีหลักฐานการเช่าเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดมาแสดงว่าโจทก์ยอมให้จำเลยเช่า จึงอ้างการเช่ามายันโจทก์ไม่ได้ ต้องถือว่าจำเลยอยู่ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิของโจทก์ซึ่งมิใช่สิทธิในการเช่า เมื่อโจทก์บอกเลิกการอาศัยแล้ว จำเลยก็ไม่มีสิทธิจะอยู่ในที่พิพาทได้อีกต่อไป
พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1238/2508
นางยิ้ม มาลยมาน โจทก์
นายบุ๊นหรือวุ้น แซ่ฉั่ว ที่1 นางเลื่อน +ัง+าบศรี ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางยิ้ม มาลยมาน · จำเลย - นายบุ๊นหรือวุ้น แซ่ฉั่ว ที่1 นางเลื่อน +ัง+าบศรี ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กิตติ สีหนนทน์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · มณี ชุติวงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายไพฑูรย์ พันธุฟัก · ศาลอุทธรณ์ - นายสว่าง ภูวะปัจฉิม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา