⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 299/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 299/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้ให้เช่าได้บอกกล่าวล่วงหน้าว่าจะไม่ต่อสัญญาเช่า และสัญญาเช่าครบกำหนดแล้ว การที่ผู้เช่ายังคงครอบครองทรัพย์สินที่เช่าต่อไป ไม่ถือเป็นการทำสัญญาเช่ากันใหม่ แต่เป็นการกระทำของผู้ให้เช่าเพื่อบรรเทาความเสียหายเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

ในกรณีที่ผู้ให้เช่าได้มีหนังสือบอกกล่าวล่วงหน้าให้ผู้เช่าทราบว่าจะไม่ต่อสัญญาเช่าให้อีก และเมื่อสัญญาเช่าครบกำหนด ผู้ให้เช่าก็มีหนังสือบอกกล่าวอีกฉบับหนึ่งให้ผู้เช่าออกไปและให้ส่งคืนตึกที่เช่า ดังนี้ แม้ผู้เช่าจะยังคงครอบครองตึกพิพาทอยู่อีก ก็จะถือว่าสัญญาเช่าเป็นอันได้ทำกันต่อไปโดยไม่มีกำหนดเวลาหาได้ไม่ ต้องถือว่าสัญญาเช่าระงับไปแล้ว และการที่ผู้ให้เช่ายังคงเก็บค่าเช่าต่อไปอีก 3 เดือนนั้น เป็นเรื่องผู้ให้เช่ากระทำเพื่อบรรเทาความเสียหายที่ได้รับอยู่เท่านั้น หาใช่เป็นการทำสัญญาเช่ากันใหม่ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.564 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.570

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขับไล่ จำเลยให้การว่าได้ตกลงต่ออายุสัญญาเช่ากันด้วยวาจาออกไปอีก ๓ ปี แม้สัญญาเช่าครบกำหนดแล้ว จำเลยยังอยู่ ทั้งโจทก์เก็บค่าเช่าจากจำเลยตามเดิมขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ก่อนสัญญาเช่าจะครบกำหนด โจทก์ได้มีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยทราบว่า เมื่อสิ้นกำหนดเวลาตามสัญญาเช่าแล้ว สัญญาเช่าย่อมระงับ โจทก์จะไม่ต่อสัญญาเช่าให้จำเลยต่อไป ให้จำเลยออกจากตึกพิพาท ครั้นสัญญาเช่าครบกำหนดแล้ว จำเลยยังครอบครองตึกพิพาทอยู่ โจทก์จึงได้มีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยออกจากตึกพิพาท และมอบตึกพิพาทคืนให้โจทก์ เห็นได้ชัดว่า แม้จำเลยจะยังคงครอบครองตึกพิพาทอยู่ โจทก์ก็ได้บอกกล่าวแล้วว่าไม่ประสงค์จะต่อสัญญาเช่าให้ต่อไป ให้จำเลยออกจากตึกพิพาทถึงสองครั้งดังนี้ จะถือว่าโจทก์มิได้ทักท้วงและจะถือว่าสัญญาเช่าเป็นอันได้ทำกันต่อไปโดยไม่มีกำหนดเวลาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๗๐ หาได้ไม่ ต้องถือว่าสัญญาเช่าระงับไปแล้ว ปัญหามีต่อไปว่า การที่โจทก์ไปเก็บค่าเช่ามาอีก ๓ เดือนนั้น จะถือได้หรือไม่ว่าโจทก์ได้ทำสัญญาเช่ากับจำเลยใหม่แล้ว ศาลฎีกาเห็นว่า หนังสือบอกกล่าวของโจทก์ฟังดังกล่าวข้างต้นทั้งสองฉบับ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า โจทก์ไม่ประสงค์จะทำสัญญาให้จำเลยเช่าตึกพิพาทต่อไปแล้ว ฉะนั้นการที่โจทก์ไปเก็บค่าเช่าจากจำเลย จึงมิใช่เป็นการทำสัญญาเช่ากันใหม่ เป็นเรื่องโจทก์กระทำเพื่อบรรเทาความเสียหายซึ่งโจทก์ได้รับอยู่เท่านั้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 299/2508 นางเกียว พัฒนสินธุ์ โจทก์ นายอั้งจิ้น แซ่ตั้ง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเกียว พัฒนสินธุ์ · จำเลย - นายอั้งจิ้น แซ่ตั้ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มณี ชุติวงศ์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · กิตติ สีหนนทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเพี้ยง บุญรักษา · ศาลอุทธรณ์ - นายประสม เภกะสุต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2224/2534ฎีกา 835/2499ฎีกา 3785/2545ฎีกา 3496/2535ฎีกา 1627/2505ฎีกา 135/2506ฎีกา 11225/2558ฎีกา 1602/2548ฎีกา 1035/2547ฎีกา 136/2503ฎีกา 4106/2528ฎีกา 1188/2497ฎีกา 407/2545ฎีกา 115/2522ฎีกา 49/2513ฎีกา 3474/2531ฎีกา 6478-6487/2543ฎีกา 701/2497ฎีกา 5277/2540ฎีกา 302/2508ฎีกา 1602/2527ฎีกา 1086/2511ฎีกา 1135/2505ฎีกา 451/2515
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา