⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1538/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1538/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามมีอำนาจหน้าที่สืบสวนสอบสวนคดีอาญาได้ทั่วราชอาณาจักร แม้จะมีข้อบังคับภายในกำหนดเขตอำนาจหน้าที่ของกองกำกับการแต่ละกองไว้ก็ตาม การกระทำนอกเหนือจากเขตอำนาจหน้าที่ที่แบ่งไว้ ไม่ทำให้เจ้าพนักงานผู้นั้นไม่เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย. การที่เจ้าพนักงานตำรวจใช้อำนาจในตำแหน่งจับกุมผู้กระทำผิดในฐานเป็นเจ้ามือสลากกินรวบ เป็นการใช้อำนาจโดยชอบ แต่หากขู่เข็ญให้จ่ายเงินสินพนันแล้วละเว้นไม่จับกุม ถือเป็นความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่.

ย่อคำพิพากษา

ประกาศดังกล่าวกำหนดไว้ว่า 'ข้อ 6 กองปราบปรามมีเขตอำนาจการรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และตามบทกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับความผิดคดีอาญาทั้งหลายทั่วราชอาณาจักร' ย่อมหมายความว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามมีอำนาจหน้าที่สืบสวนสอบสวนคดีอาญาได้ทั่วราชอาณาจักร แม้จะมีข้อบังคับกรมตำรวจกำหนดเขตอำนาจหน้าที่ของกองกำกับการแต่ละกองไว้ก็เป็นเพียงคำสั่งภายในเท่านั้น หากผู้บังคับบัญชาสั่งให้นายตำรวจคนใดไปสืบสวนสอบสวนนอกเขตที่กำหนดไว้นี้นายตำรวจผู้นั้นย่อมมีอำนาจหน้าที่ในฐานะเจ้าพนักงานโดยชอบด้วยกฎหมาย ฉะนั้น การที่จำเลยที่ 1 ทำการนอกเหนือจากเขตอำนาจหน้าที่ซึ่งแบ่งไว้ ไม่ทำให้จำเลยที่ 1 ไม่เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าพนักงานตำรวจมีอำนาจหน้าที่สืบสวนสอบสวนความผิดอาญา ฉะนั้น การจับกุมผู้กระทำผิดในฐานเป็นเจ้ามือสลากกินรวบจึงเป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งโดยชอบมิใช่การแกล้งกล่าวหา แต่เมื่อไปขู่เข็ญให้จ่ายเงินสินพนันสลากกินรวบแก่ผู้เล่นแล้วละเว้นไม่จับกุมย่อมเป็นความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 จำเลยที่ 2 เป็นราษฎรไปขอให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจช่วยเจรจากับเจ้ามือสลากกินรวบให้จ่ายเงินสินพนันสลากกินรวบแก่ตน แต่จำเลยที่ 1 ไปใช้อำนาจในตำแหน่งโดยพลการขู่เข็ญเจ้ามือสลากกินรวบว่า หากไม่จ่ายให้แก่จำเลยที่ 2 แล้วจะจับกุมฐานเป็นเจ้ามือสลากกินรวบ ดังนี้ ยังไม่พอฟังว่าจำเลยที่ 2 ได้ร่วมมือกับจำเลยที่ 1 โดยการใช้วานให้จำเลยที่ 1 ขู่เข็ญ เรียกเงินมาให้จำเลยที่ 2 หรือแบ่งปันระหว่างกัน ยังไม่ผิดฐานเป็นผู้ใช้จ้างวานยุยงส่งเสริมหรือสนับสนุนให้จำเลยที่ 1 กระทำผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.16 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.17 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.18 ประมวลกฎหมายอาญา ม.84 ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายอาญา ม.148 ประมวลกฎหมายอาญา ม.149

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าพนักงานตำรวจในตำแหน่งสารวัตรประจำกองปราบปรามกรุงเทพฯ มีอำนาจสืบสวนสอบสวนจับกุมผู้กระทำผิดอาญาทั่วราชอาณาจักร ส่วนจำเลยที่ ๒ เป็นราษฎรได้บังอาจสมรู้ใช้วานยุยงส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการกระทำผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ ซึ่งใช้อำนาจหน้าที่มิชอบ โดยบังคับขู่เข็ญข่มขืนใจให้นายใจจิ่งหรือเท้า แซ่ก๊วย และนางสาวประทุมมาศหรือม่วย แซ่ก๊วย ยอมจ่ายเงิน๕,๐๐๐ บาทแก่จำเลยทั้งสอง โดยจำเลยที่ ๒ อ้างว่าได้แทงสลากกินรวบโดยถือเลขท้ายสามตัวของรางวัลที่ ๑ สลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่๒๕ กันยายน ๒๕๐๖ เป็นหลักแพ้ชนะไว้กับบุคคลทั้งสองดังกล่าว และจำเลยที่ ๒ ได้แทงถูกเลขรางวัลดังกล่าว เป็นเหตุให้บุคคลทั้งสองซึ่งกลัวตามคำขู่ว่าจะถูกตั้งข้อหาเป็นเจ้ามือสลากกินรวบถูกจับไปสอบสวนและถูกสั่งขังเป็นบุคคลอันธพาลยอมจ่ายเงินเป็นจำนวน ๓,๐๐๐บาทแก่จำเลยทั้งสองไป ทั้งนี้ โดยจำเลยที่ ๑ ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานบังอาจใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ กระทำการดังกล่าว และยังปฏิบัติละเว้นปฏิบัติหน้าที่อันมิชอบโดยร่วมมือกับจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้เข้าเล่นสลากกินรวบอันเป็นผิดกฎหมาย ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๘, ๑๔๙, ๑๕๗, ๘๔, ๘๖ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๔, ๕, ๑๓ ริบโพยสลากกินรวบของกลางกับคืนเงิน ๓,๐๐๐ บาท และสัญญากู้แก่เจ้าของ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า จำเลยที่ ๑ ได้ใช้อำนาจหน้าที่มิชอบบังคับขู่เข็ญผู้เสียหายให้จ่ายเงินแก่จำเลยที่ ๒ ตามฟ้องการกระทำของจำเลยที่ ๑ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๘บทเดียว ไม่ผิดตามมาตรา ๑๔๙, ๑๕๗ ส่วนจำเลยที่ ๒ ซึ่งไม่ใช่เจ้าพนักงานเป็นผู้จ้างวานใช้ให้กระทำผิด จึงผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนตามมาตรา ๘๖ พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๘ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๐๒มาตรา ๔ ให้จำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๕ ปี ลงโทษจำเลยที่ ๒ เพียง๒ ใน ๓ ตามมาตรา ๘๖ ให้จำคุก ๓ ปี ๔ เดือน คำให้การต่อสู้คดีของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีมากเป็นเหตุบรรเทาโทษจึงลดโทษจำเลยคนละ ๑ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงเหลือโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๔ ปี จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๒ ปี ๖ เดือนคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกเสีย โพยสลากกินรวบให้ริบเงิน ๓,๐๐๐ บาทคืนให้นายใจจิ่งหรือเท้าผู้เสียหาย สัญญากู้เงินคืนให้แก่จำเลยที่ ๒ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงยืนตามศาลชั้นต้นและวินิจฉัยว่าอุทธรณ์จำเลยที่ ๑ ที่ว่ามิใช่เจ้าพนักงานตามกฎหมายฟังไม่ขึ้นแต่วินิจฉัยการกระทำของจำเลยที่ ๑ ว่าเป็นการขู่ว่าจะกระทำการซึ่งตนมีอำนาจกระทำได้โดยชอบ เพราะนายใจจิ่งเป็นเจ้ามือสลากกินรวบมิใช่เป็นการแกล้งกล่าวหาโดยปราศจากมูลความจริง การกระทำของจำเลยที่ ๑ จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๙ มิใช่มาตรา ๑๔๘ดังที่ศาลชั้นต้นปรับบทวินิจฉัย ส่วนการกระทำของจำเลยที่ ๒ ที่แจ้งเรื่องถูกสลากกินรวบให้จำเลยที่ ๑ ช่วยเหลือนั้น ก็สุดแต่ดุลพินิจของจำเลยที่ ๑ จะพิจารณาดำเนินการเองจึงไม่เป็นผิดในฐานสนับสนุนการกระทำผิด พิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๕ ส่วนจำเลยที่ ๒ ไม่มีความผิดตามฟ้อง ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ ๒ เสีย ความอื่นนอกจากที่แก้นี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ฎีกาซึ่งศาลสั่งรับแต่ปัญหาข้อกฎหมายว่า (๑) จำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าพนักงานในตำแหน่งสารวัตรแผนก ๒ กองกำกับการ ๖ กองปราบปราม มิได้มีอำนาจหน้าที่สืบสวนสอบสวนความผิดฐานเล่นการพนันจึงมิใช่เจ้าพนักงานเกี่ยวกับเรื่องราวตามฟ้อง อันจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๘, ๑๔๙ (๒) หากจะถือว่าจำเลยที่ ๑เป็นเจ้าพนักงานมีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดทั่วราชอาณาจักรพฤติการณ์ของจำเลยที่ ๑ ก็ต้องถือว่าเป็นการกระทำภายในอำนาจหน้าที่โดยชอบ โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ตามฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยเกี่ยวกับฎีกาจำเลยที่ ๑ ว่า ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๓ ออกตามความในพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมตำรวจกระทรวงมหาดไทย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๔ ได้กำหนดเขตอำนาจของกองปราบปรามไว้ว่า "กองปราบปรามมีเขตอำนาจการรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และตามบทกฎหมายอื่นอันเกี่ยวกับความผิดคดีอาญาทั้งหลายทั่วราชอาณาจักร" ย่อมหมายความว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามมีอำนาจหน้าที่สืบสวนสอบสวนความผิดคดีอาญาทั้งปวงได้ทั่วราชอาณาจักร แม้จะมีข้อบังคับกรมตำรวจกำหนดแบ่งเขตอำนาจหน้าที่ของกองกำกับการแต่ละกองไว้ เช่นกองกำกับการ ๖ซึ่งจำเลยที่ ๑ สังกัดอยู่นี้ก็เป็นเพียงคำสั่งภายในแบ่งอำนาจหน้าที่ของแต่ละกองแผนกไว้เท่านั้น หากผู้บังคับบัญชาสั่งให้นายตำรวจคนใดไปสืบสวนสอบสวนนอกเขตอำนาจของตน นายตำรวจผู้นั้นย่อมมีอำนาจหน้าที่ในฐานะเจ้าพนักงานโดยชอบด้วยกฎหมาย เพียงแต่จำเลยที่ ๑ ทำการนอกเหนืออำนาจหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาไม่ทำให้จำเลยที่ ๑ ไม่เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย เมื่อถือว่าจำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าพนักงานมีอำนาจหน้าที่และศาลอุทธรณ์ฟังว่า นายใจจิ่งเป็นเจ้ามือสลากกินรวบ การกระทำของจำเลยที่ ๑ จึงมิใช่การแกล้งกล่าวหาเรียกได้ว่าเป็นการใช้อำนาจหน้าที่โดยชอบ แต่การที่จำเลยที่ ๑ ขู่ให้ชำระเงินแก่จำเลยที่ ๒แล้วละเว้นไม่จับกุม เป็นความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๙ ส่วนฎีกาโจทก์ที่ให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ นั้น เห็นว่าข้อเท็จจริงฟังได้เพียงว่าจำเลยที่ ๒ ไปร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นสารวัตรกองปราบปราม หากแต่จำเลยที่ ๑ ไปใช้อำนาจในฐานะเจ้าพนักงานขู่เข็ญเอาจากนายใจจิ่งเองโดยพลการ ไม่พอฟังว่าจำเลยที่ ๒ ได้ร่วมกับจำเลยที่ ๑ โดยการใช้จ้างวานยุยงส่งเสริมหรือสนับสนุนให้จำเลยที่ ๑ กระทำผิด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1538/2511 อัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โจทก์ พันตำรวจตรีฉัตรฝน พลอยบุตร ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา · จำเลย - พันตำรวจตรีฉัตรฝน พลอยบุตร ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวิง ลัดพลี · ชลัม รุทระวณิช · ลออง จุลกะเศียน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายแสนย์ บุณยสุข · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธรรม ภัทราคม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3699-3739/2541ฎีกา 5182/2559ฎีกา 300/2501ฎีกา 5973/2537ฎีกา 712/2559ฎีกา 955/2512ฎีกา 2907/2526ฎีกา 2597/2516ฎีกา 198/2564ฎีกา 3116/2527ฎีกา 3153/2531ฎีกา 1915/2529ฎีกา 51/2502ฎีกา 3595/2532ฎีกา 4403/2528ฎีกา 3962/2546ฎีกา 4547/2530ฎีกา 2491-2493/2519ฎีกา 10821/2555ฎีกา 1754-1755/2523ฎีกา 9368/2552ฎีกา 3677/2525ฎีกา 5459/2533ฎีกา 786/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา