⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 199/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 199/2511

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยจะมิได้ให้การรับในข้อต้องโทษ และพ้นโทษในวันที่ศาลสอบคำให้การจำเลย แต่ก็ได้ปรากฏจากคำเบิกความของจำเลยซึ่งได้อ้างตัวเองเป็นพยานต่อศาลว่าจำเลยเคยต้องโทษตามฟ้องจริง คำว่า ตามฟ้อง นั้นต้องหมายความถึงวันพ้นโทษของจำเลยด้วย เพราะโจทก์ได้บรรยายมาในฟ้องแล้วว่า จำเลยพ้นโทษมา และยังได้ท้าวถึงประวัติอาชญากรซึ่งโจทก์ส่งมาเป็นส่วนหนึ่งของฟ้องอีก ฉะนั้น เมื่อจำเลยรับว่าเคยต้องโทษต้องฟ้องจริง ก็เท่ากับจำเลยรับให้ข้อพ้นโทษในคดีก่อนด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.172 ประมวลกฎหมายอาญา ม.92

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์และขอให้เพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙, ๘๓ และ ๙๒ กับขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ให้แก่เจ้าทรัพย์ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นไม่เชื่อว่ามีการชิงทรัพย์กัน และฟังว่าจำเลยมิได้กระทำผิดพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหาของโจทก์ ส่วนข้อเคยต้องโทษและพ้นโทษของจำเลย จำเลยให้การปฏิเสธ โจทก์มิได้นำสืบในประเด็นข้อนี้ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙, ๘๓ ให้จำคุก ๗ ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ส่วนข้อให้เพิ่มโทษให้ยก จำเลยฎีกาขอให้ศาลยกฟ้อง โจทก์ฎีกาขอให้เพิ่มโทษจำเลยตามฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยได้กระทำผิดตามฟ้อง แต่มีเหตุบรรเทาโทษ จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ส่วนข้อที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษจำเลยนั้นเห็นว่า แม้จำเลยจะมิได้ให้การรับในข้อเคยต้องโทษและพ้นโทษในวันที่ศาลสอบคำให้การจำเลยก่อนแต่ก็ได้ปรากฏจากคำเบิกความของจำเลยซึ่งได้อ้างตัวเองเป็นพยานต่อศาลว่า จำเลยเคยต้องโทษตามฟ้องจริง คำว่า ตามฟ้อง นั้น ต้องหมายความถึงวันพ้นโทษของจำเลยด้วย ทั้งนี้ เพราะโจทก์ได้บรรยายมาในฟ้องแล้วว่าจำเลยพ้นโทษมาเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๐๘ และยังได้ท้าวถึงประวัติอาชญากรซึ่งโจทก์ส่งมาเป็นส่วนหนึ่งของฟ้องอีก ฉะนั้น เมื่อจำเลยรับว่าเคยต้องโทษตามฟ้องจริง ก็เท่ากับจำเลยรับเข้ามาว่า จำเลยเพิ่งพ้นโทษในคดีก่อนเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๐๘ ซึ่งเป็นเวลาก่อนการกระทำผิดครั้งนี้เพียง ๓ เดือนเศษเท่านั้นด้วย พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๔, ๘๓ จำคุก ๗ ปี เพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๒ อีก ๑ ใน ๓ จำเลยรับสารภาพชั้นสอบสวนมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ เสีย ๑ ใน ๓ ส่วนของการเพิ่มเท่ากับส่วนของการลด จึงไม่เพิ่มไม่ลดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๕๔ คงจำคุกไว้ ๗ ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 199/2511 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายเทพ มณีสวัสดิ์ หรือตือม้อ หรือซิมหย่ง แซ่แต้ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายเทพ มณีสวัสดิ์ หรือตือม้อ หรือซิมหย่ง แซ่แต้
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แถม สิริสาลี · กิตติ สีหนนทน์ · อาจิต ไชยาคา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายรื่น วิไลชนม์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเวท ชพานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1073/2480ฎีกา 1901/2492ฎีกา 4436/2549ฎีกา 15690/2553ฎีกา 37/2488ฎีกา 528/2470ฎีกา 377-378/2516ฎีกา 5558/2534ฎีกา 293/2507ฎีกา 130/2527ฎีกา 2457/2530ฎีกา 1957/2515ฎีกา 1524/2500ฎีกา 1249-1250/2492ฎีกา 5873/2567ฎีกา 3642/2554ฎีกา 2274/2525ฎีกา 639/2503ฎีกา 7366/2552ฎีกา 766/2504ฎีกา 1211/2481ฎีกา 2591/2540ฎีกา 3031/2526ฎีกา 711/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา