⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 59/2511

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 59/2511

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาเช่าที่ดินที่ระบุให้ผู้เช่าปลูกสร้างอาคารและให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่าทันทีเมื่อปลูกสร้างเสร็จ ถือเป็นสัญญาเช่าที่ดินรวมถึงอาคารที่ปลูกสร้างขึ้นด้วย

ย่อคำพิพากษา

แม้สัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยจะเรียกชื่อว่าสัญญาเช่าที่ดินก็จริง แต่ความมุ่งหมายในการทำสัญญาเช่า คู่สัญญามีเจตนาที่จะให้ผู้เช่าทำการปลูกสร้างอาคารบนที่ดิน (สัญญาข้อ 1) เมื่อปลูกเสร็จแล้วให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ ของผู้ให้เช่าทันที (สัญญาข้อ 10) และสัญญาข้อ 5 มีข้อความว่า "ห้ามมิให้ผู้เช่าเอาที่ดินไปให้บุคคลอื่นเช่าช่วง ฯลฯ ผู้เช่าย่อมมีสิทธิจะอยู่อาศัยหรือทำการค้าหรือให้บุคคลอื่นเช่าช่วงในอาคารที่ปลูกสร้างลงในที่ดินได้เสมอ ดังนี้ ข้อสัญญาที่ให้อาคารซึ่งปลูกสร้างขึ้นตกเป็นของโจทก์ และโจทก์ยอมให้จำเลยให้เช่าช่วงอาคารนั้น ย่อมแสดงว่าสัญญาเช่านี้แท้จริงเป็นสัญญาให้เช่าที่ดินรวมทั้งอาคารที่ตกเป็นของโจทก์ตามสัญญาข้อ 10 นั้นด้วย ฉะนั้น ที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยมีสิทธิเช่าได้เฉพาะที่ดินที่ปลูกตึกจึงขัดกับความในสัญญาข้อ 5 ที่ห้ามมิให้เช่าช่วงที่ดิน แต่ยอมให้เช่าช่วงอาคารได้ จำเลยร่วมผู้เช่าช่วงอาคารโดยชอบจึงหาได้อยู่ในฐานบริวารหรือผู้อาศัยของจำเลยไม่ เมื่อเป็นดังนี้ จำเลยร่วมมีข้อต่อสู้ที่จะคงอยู่ในอาคารประการใด ก็เป็นเรื่องที่จะต้องฟังคำพยานของคู่ความต่อไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.132 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.544 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.545

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ให้นายพิเศษพงศ์จำเลยเช่าที่ดินเลขที่ ๑๔๘ มีกำหนด ๑๒ ปี ผู้เช่าจะต้องสร้างอาคารพานิช ๔ ห้อง เมื่อปลูกเสร็จแล้วกรรมสิทธิ์ ในอาคารตกเป็นของผู้ให้เช่าทันที สัญญาเช่าสิ้นอายุตั้งแต่วันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๐๕ ขอให้ศาลบังคับจำเลยและบริวารออกจากอาคาร และเรียกค่าเสียหาย ฯลฯ จำเลยให้การว่า สัญญาท้ายฟ้องข้อ ๕ ผู้ให้เช่ายอมให้จำเลยผู้เช่าให้บุคคลอื่นเช่าช่วงได้ ผู้เช่าช่วงตามกฎหมายถือว่ารับผิดต่อให้ผู้ให้เช่าโดยตรง ฯลฯ ระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องให้ศาลเรียกผู้ที่เช่าห้องต่าง ๆ รวมทั้ง นายตวง แซ่เบ๊ ซึ่งเช่าตึกเลขที่ ๙๕/๓ เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลอนุญาต แต่ผู้เช่าเหล่านี้เว้นแต่นายตวงได้ทำสัญญายอมความกับโจทก์ และโจทก์ถอนฟ้องไปแล้ว นายตวงจำเลยร่วมให้การว่า ไม่ได้เป็นคู่สัญญากับโจทก์ จำเลยร่วมใช้เป็นที่อยู่อาศัย จึงได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน จำเลยไม่ได้บอกเลิกการเช่า จำเลยมีสิทธิให้จำเลยร่วมเช่าได้ตามสัญญาท้ายฟ้อง โจทก์แถลงว่า สำหรับนายพิเศษพงศ์จำเลย โจทก์ไม่ติดใจสืบพยาน ติดใจดำเนินคดีเฉพาะนายตวงจำเลยร่วมและเฉพาะในข้อขับไล่เท่านั้น ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้วให้งดสืบพยาน เห็นว่า การที่จำเลยให้นายตวงจำเลยร่วมเช่าอาคาร ไม่ใช่เรื่องเช่าช่วง พิพากษาขับไล่นายตวงจำเลยร่วมออกจากอาคารเลขที่ ๙๕/๓ และห้ามเกี่ยวข้องกับอาคารนี้ คดีสำหรับนายพิเศษพงษ์จำเลยให้ยกฟ้อง จำเลยร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การเช่าช่วง จำเลยร่วมเป็นการเช่าช่วงที่โจทก์ยินยอม ผู้เช่าช่วงมิได้เป็นบริวารของผู้เช่า เป็นเรื่องที่จะต้องสืบพยานต่อไป พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ดำเนินการสืบพยานใหม่ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า แม้สัญญานี้จะเรียกชื่อว่าสัญญาเช่าที่ดินก็จริง แต่ความมุ่งหมายในการทำสัญญาเช่า คู่สัญญามีเจตนาที่จะให้ผู้เช่าทำการปลูกสร้างอาคารบนที่ดิน (สัญญาข้อ ๑) เมื่อปลูกเสร็จแล้วให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้เช่าทันที (สัญญาข้อ ๑๐) และในสัญญาข้อ ๕ มีข้อความว่า "ห้ามมิให้ผู้เช่าเอาที่ดินไปให้ผู้อื่นเช่าช่วง ฯลฯ ผู้เช่าย่อมมีสิทธิที่จะอยู่อาศัยหรือทำการค่าหรือให้บุคคลอื่นเช่าช่วงในอาคารที่ปลูกสร้างลงในที่ดินเสมอ" ข้อสัญญาที่ให้อาคารซึ่งปลูกสร้างขึ้นตกเป็นของโจทก์และโจทก์ยอมให้จำเลยให้เช่าช่วงอาคารนั้น ย่อมแสดงว่าสัญญาเช่านี้แท้จริงเป็นสัญญาให้เช่าที่ดิน รวมทั้งอาคารที่ตกเป็นของโจทก์ตามสัญญาข้อ ๑๐ นั้นด้วย ฉะนั้น ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยมีสิทธิให้เช่าได้เฉพาะที่ดินที่ปลูกตึก จึงขัดกับความในสัญญาข้อ ๕ ที่ห้ามมิให้เช่าช่วงที่ดิน แต่ยอมให้เช่าช่วงอาคารได้ นายตวงจำเลยร่วมผู้เช่าช่วงอาคารโดยชอบจึงหาได้อยู่ในฐานะบริวารหรือผู้อาศัยของจำเลยไม่ เมื่อเป็นเช่นนี้ จำเลยร่วมมีข้อต่อสู้ที่จะคงอยู่ในอาคารนี้ประการใด ก็เป็นเรื่องที่จะต้องฟังคำพยานของคู่ความต่อไป พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 59/2511 เทศบาลนครกรุงเทพ โดย นายชำนาญ ยุวบูรณ์ นายกเทศมนตรี โจทก์ นายพิเศษพงษ์ มัธยมจันทร์ ล. นายตวง แซ่เบ๊ จำเลยร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - เทศบาลนครกรุงเทพ โดย นายชำนาญ ยุวบูรณ์ นายกเทศมนตรี · ล. - นายพิเศษพงษ์ มัธยมจันทร์ · จำเลยร่วม - นายตวง แซ่เบ๊
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถาวร หุตะโกวิท · จิตติ ติงศภัทิย์ · ใหญ่ ศาลยาชีวิน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายชวน พูนคำ · ศาลอุทธรณ์ - นายกิ่ง ศาลิคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1658/2513ฎีกา 301/2520ฎีกา 5615/2537ฎีกา 6190/2540ฎีกา 6100/2541ฎีกา 963/2544ฎีกา 3068/2539ฎีกา 696/2472ฎีกา 658-660/2505ฎีกา 2686/2545ฎีกา 7159/2544ฎีกา 2295/2526ฎีกา 2958/2538ฎีกา 1545/2552ฎีกา 3492/2547ฎีกา 537/2540ฎีกา 975/2543ฎีกา 4161/2532ฎีกา 5034/2533ฎีกา 6339/2538ฎีกา 6370-6371/2550ฎีกา 558/2509ฎีกา 142/2492ฎีกา 2749/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา