⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 100/2512

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 100/2512

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ลงโทษจำเลยตามบทกฎหมายที่เบากว่า โจทก์จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามบทกฎหมายที่หนักกว่าในชั้นฎีกาไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ในกรณีปล้นโดยมีอาวุธ แต่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคหนึ่งให้จำคุก15 ปีนั้น เมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์ แม้ศาลอุทธรณ์จะแก้เป็นลงโทษจำคุกเพียง 10 ปี ตามมาตรา 340 วรรคหนึ่ง ก็เป็นการแก้โทษให้ตรงกับบทเท่านั้น โจทก์จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 340 วรรคสองมิได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.190 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ กับพวกที่ยังจับไม่ได้อีก๑ คน มีปืนและไม้เป็นอาวุธปล้นทรัพย์รวมราคา ๘,๑๓๐ บาท ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ และคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ให้แก่ผู้เสียหาย และจำเลยที่ ๓ ฐานรับของโจรคือเครื่องรับวิทยุทรานซิสเตอร์ ๑ เครื่อง ราคา ๖๐๐ บาท ซึ่งถูกปล้นไปครั้งนี้ตามมาตรา ๓๕๗ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ให้การปฏิเสธ ส่วนจำเลยที่ ๓ ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มีความผิดตามมาตรา ๓๔๐ วรรค ๑ให้จำคุก ๑๕ ปี ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑๐ ปีให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๓,๓๑๐ บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยที่ ๓มีความผิดตามมาตรา ๓๕๗ ให้จำคุก ๑ ปี จำเลยรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา ๗๘ เป็นจำคุก ๖ เดือน ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เชื่อว่ากรณีความผิดของจำเลยที่ ๑ เป็นการปล้นโดยมีอาวุธ จะต้องปรับบทเป็นความผิดตามมาตรา ๓๔๐ วรรค ๒ ซึ่งมีระวางโทษตั้งแต่ ๑๐ ปี ถึง ๑๕ ปี โจทก์ก็ประสงค์จะให้ลงโทษเช่นนั้นแต่ศาลชั้นต้นกลับไปปรับบทเป็นความผิดตามมาตรา ๓๔๐ วรรค ๑ซึ่งเป็นเรื่องปล้นไม่มีอาวุธมีระวางโทษต่ำกว่า คือ จำคุกตั้งแต่ ๕ ปี ถึง ๑๐ ปี เท่านั้น เห็นได้ว่าเป็นความเผลอเรอของศาลชั้นต้น โจทก์มิได้อุทธรณ์ ทั้งศาลชั้นต้นมิได้แก้ไขถ้อยคำที่ผิดพลาดในคำพิพากษาที่อ่านแล้ว ต้องถือว่าที่ศาลชั้นต้นวางโทษจำคุก ๑๕ ปีนั้น เกินกว่าบทที่ยกขึ้นปรับเป็นการไม่ชอบ พิพากษาแก้เป็นจำคุกจำเลยที่ ๑ สิบปี ลดโทษหนึ่งในสามตามมาตรา ๗๘ คงจำคุกไว้ ๖ ปี ๘ เดือน นอกจากที่แก้นี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นทุกประการ โจทก์ฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ขอให้ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์โดยปรับบทลงโทษจำเลยให้ถูกต้องตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๐ หรืออนุโลมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๓ จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ ๑ กระทำผิดจริงตามฟ้อง ส่วนฎีกาที่ขอให้กำหนดโทษจำเลยที่ ๑ เสียใหม่ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้นเมื่อศาลชั้นต้นปรับบทผิดมิได้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๓๔๐ วรรค ๒แต่ได้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๓๔๐ วรรค ๑ โจทก์มิได้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์จึงมิได้แก้ในเรื่องบทที่ใช้บังคับในการลงโทษแก่จำเลยแต่ประการใดที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โทษจำคุกจำเลยจาก ๑๕ ปี เหลือ ๑๐ ปี จึงเป็นการแก้โทษของจำเลยให้ตรงกับบทคือมาตรา ๓๔๐ วรรค ๑ เท่านั้นโจทก์จึงฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามบทที่ถูกต้องมิได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 100/2512 พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม โจทก์ นายแจ๋ว หรือแหวว ไทรชมภู ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครปฐม · จำเลย - นายแจ๋ว หรือแหวว ไทรชมภู ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสม เภกะสุต · สวิง ลัดพลี · ชลอ บุปผเวส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายไพบูลย์ นิมิตกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายเสถียร ลิมปิษเฐียร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 322/2567ฎีกา 2628/2538ฎีกา 1188/2531ฎีกา 9844/2555ฎีกา 2848/2527ฎีกา 958/2518ฎีกา 5117/2555ฎีกา 6516/2537ฎีกา 3620/2538ฎีกา 2018/2526ฎีกา 193-194/2531ฎีกา 1597/2532ฎีกา 3144/2527ฎีกา 373/2481ฎีกา 1176/2519ฎีกา 2530/2527ฎีกา 3639/2530ฎีกา 2299/2532ฎีกา 5917/2549ฎีกา 2473/2520ฎีกา 3387/2534ฎีกา 1908/2528ฎีกา 15717/2553ฎีกา 333/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา