⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 560/2513

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 560/2513

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่ว่า "น่าเชื่อว่าเป็นลายเซ็นของบุคคลคนเดียวกัน" ถือเป็นความเห็นว่าลายเซ็นนั้นเป็นของจำเลยจริงตามที่ตกลงกันไว้ในคำท้า 2. ในคดีแพ่ง ผู้เชี่ยวชาญสามารถแสดงความเห็นเป็นหนังสืออย่างเดียวได้

ย่อคำพิพากษา

ท้ากันว่า ถ้าผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่าลายเซ็นในสัญญากู้เป็นลายเซ็นของจำเลยจริง จำเลยยอมแพ้คดี ถ้าเห็นว่าไม่ใช่ โจทก์ยอมแพ้เมื่อผู้เชี่ยวชาญรายงานว่าได้ตรวจลายเซ็นผู้กู้ในสัญญากู้ เปรียบเทียบกับตัวอย่างลายเซ็นของจำเลยแล้ว เห็นว่า น่าเชื่อว่าเป็นลายเซ็นของบุคคลคนเดียวกัน ดังนี้ เท่ากับมีความเห็นว่าเป็นลายเซ็นของจำเลยจริงตรงตามคำท้าแล้ว ไม่ใช่ว่ายังไม่แน่ใจ ในคดีแพ่ง ผู้เชี่ยวชาญจะแสดงความเห็นเป็นหนังสืออย่างเดียวก็ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.130 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ไป ๗,๐๐๐ บาท ตามสำเนาสัญญากู้ท้ายฟ้องแล้วไม่ชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ย จำเลยให้การว่าไม่เคยกู้ไม่เคยทำสัญญากู้เงินกับโจทก์ และลายมือชื่อหรือลายเซ็นชื่อผู้กู้ไม่ใช่ลายเซ็นชื่อจำเลย สัญญากู้ที่โจทก์ฟ้องเป็นสัญญาปลอม วันนัดพร้อมจำเลยดูต้นฉบับสัญญากู้ (จ.๑) แล้วว่า ลายเซ็นในช่องผู้กู้ไม่ใช่ลายเซ็นของจำเลย โจทก์จำเลยตกลงท้ากันขอให้ศาลส่งลายเซ็นของจำเลยกับเอกสาร จ.๑ ไปให้ผู้เชี่ยวชาญกองพิสูจน์หลักฐานกรมตำรวจตรวจพิสูจน์ว่า ลายเซ็นในเอกสาร จ.๑ เป็น ลายเซ็นของจำเลยใช่หรือไม่ ถ้าผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่า ลายเซ็นในเอกสาร จ.๑ เป็นลายเซ็นของจำเลยจริง และมิใช่มีผู้ก๊อปปี้ (สำเนา) มาจากลายเซ็นที่แท้จริงของจำเลย จำเลยยอมแพ้คดีตามคำขอท้ายฟ้องทุกประการ แต่ถ้าผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่าลายเซ็นในเอกสารจ.๑ ไม่ใช่ลายเซ็นของจำเลย หรือเป็นลายเซ็นที่มีผู้ก๊อปปี้มาจากลายเซ็นที่แท้จริงของจำเลย โจทก์ยอมแพ้คดี ผลการตรวจพิสูจน์ปรากฏตามรายงานการตรวจพิสูจน์ของผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่า ได้ตรวจพิจารณาลายมือชื่อตรงช่องลงลายมือชื่อผู้กู้ในสัญญากู้เปรียบเทียบกับตัวอย่างลายมือชื่อของจำเลยที่เขียนต่อหน้าศาลแล้ว ปรากฏว่ามีลักษณะการเขียนและรูปลักษณะของตัวอักษรคล้ายคลึงกันเป็นส่วนมาก น่าเชื่อว่าเป็นลายมือชื่อของบุคคลคนเดียวกัน และคุณสมบัติของลายเส้นของลายมือชื่อผู้กู้ดังกล่าวเรียบร้อย ไม่มีลักษณะรอยคราบใด ๆ ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากกระดาษคาร์บอนหรือดินสอก๊อปปี้ จึงน่าเชื่อว่าไม่มีการก๊อปปี้จากลายมือชื่อที่แท้จริงของจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแพ้คดีตามคำท้า จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวยังไม่ตรงกับคำท้าและจะฟังเป็นยุติแน่นอนไม่ได้ว่าลายมือชื่อในเอกสาร จ.๑ เป็นลายเซ็นของจำเลยจริง เพียงแต่น่าเชื่อว่าเป็นลายมือของบุคคลคนเดียวกัน และน่าเชื่อว่าไม่มีการก๊อปปี้จากลายมือชื่อที่แท้จริงของจำเลยเท่านั้น แสดงว่าผู้เชี่ยวชาญยังไม่แน่ใจ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าความเห็นของผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวเท่ากับผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่าเป็นลายเซ็นของจำเลยจริง และมิใช่มีผู้ก๊อปปี้มาจากลายเซ็นอันแท้จริงของจำเลยนั่นเอง ซึ่งตรงตามคำท้าของจำเลยแล้ว และที่จำเลยฎีกาว่า ศาลล่างไม่ควรฟังความเห็นของผู้เชี่ยวชาญอย่างเดียวโดยไม่นำตัวผู้เชี่ยวชาญมาเบิกความอธิบายประกอบนั้น ข้อนี้ไม่มีอยู่ในคำท้าของคู่ความและในคดีแพ่งผู้เชี่ยวชาญจะแสดงความเห็นเป็นหนังสืออย่างเดียวก็ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 560/2513 นายโต พุ่มเรือง โจทก์ นายโกสินธิ์ เจริญพงษ์หรือศริพงษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายโต พุ่มเรือง · จำเลย - นายโกสินธิ์ เจริญพงษ์หรือศริพงษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วินัย ทองลงยา · โกวิท ถิระวัฒน์ · อัศนี เกาไศยนันท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นายอำนวย อินทุภูติ · ศาลอุทธรณ์ - นายธวัช สิทธิชัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 338/2519ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 794/2509ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2657/2534ฎีกา 306/2506ฎีกา 70/2518ฎีกา 4007/2552ฎีกา 1776/2541ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 1302/2535ฎีกา 6555/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา