⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1835/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1835/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลได้รับมอบอำนาจให้นำทรัพย์สินไปขายทอดตลาด และได้เข้าร่วมปรึกษาหารือ กำหนดราคาขั้นต่ำ และอยู่ในระหว่างการดำเนินการขายทอดตลาดจนเสร็จสิ้น ถือว่าบุคคลนั้นเป็นตัวแทนในการขายทอดตลาด

ย่อคำพิพากษา

การประพฤติปฏิบัติของ อ. ซึ่งได้รับมอบจากจำเลยที่ 1 นำโฉนดที่ดินของจำเลยที่ 1 ไปมอบให้บริษัทโจทก์ที่ 2 ขายทอดตลาดเมื่อโจทก์ที่ 2 รับโฉนดแล้วได้ติดต่อให้ อ. พาไปดูที่ดิน ต่อมา อ. ได้รับประกาศขายทอดตลาดแล้ว อ. และเจ้าหน้าที่ธนาคารจำเลยที่ 2 ได้ไปที่บริษัทโจทก์ที่ 2 ในวันขายทอดตลาดและร่วมปรึกษาหารือถึงการขายที่ดินและตกลงราคาขั้นต่ำให้ขาย ทั้งอยู่ด้วยในเวลาดำเนินการขายทอดตลาดจนเสร็จสิ้น ต้องถือว่าจำเลยที่1 มอบให้ อ. เป็นตัวแทนในเรื่องการขายทอดตลาด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.820

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๑ กับพวก ทำสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งแดงที่ ๔๕๓๓/๒๕๐๘ ว่าให้จำเลยที่ ๑ มอบที่ดินโฉนดที่ ๒๘๘๔ ให้โจทก์ที่ ๒ เป็นผู้ทำการขายทอดตลาดได้เงินเท่าใดจะต้องมอบให้จำเลยที่ ๒ เป็นการชำระหนี้จำนองงวดแรกเพื่อปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอม จำเลยที่ ๑ ได้มอบอำนาจให้นายองุ่น สุวรรณมีระ ทนายความตัวแทนของจำเลยทำหนังสือมอบโฉนดที่ดินที่ ๒๘๘๔ พร้อมกับสำเนาสัญญาประนีประนอมยอมความมอบให้โจทก์ที่ ๒ ดำเนินการขายทอดตลาด โจทก์ที่ ๒ ในฐานะตัวแทนจำเลย ได้จัดการขายทอดตลาดแล้ว โจทก์ที่ ๑ ประมูลสู้ราคาสูงสุดได้โจทก์ที่ ๒ แจ้งผลการขายทอดตลาดให้จำเลยทั้งสองทราบ และขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันจัดการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและรับเงินที่เหลือแต่จำเลยทั้งสองไม่จัดการ ขอให้จำเลยทั้งสองไปจดทะเบียนปลอดจำนองแล้วโอนที่ดินให้โจทก์ที่ ๑ ในราคา ๒๙๔,๙๐๐ บาท และให้จำเลยที่ ๒รับชำระหนี้ในยอดเงินค่าที่ดินที่โจทก์ที่ ๒ รับไว้ ถ้าไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทน และให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ให้การว่าคำพิพากษาตามยอมในคดีแพ่งแดงที่ ๔๕๓๓/๒๕๐๘ ไม่ผูกพันถึงโจทก์ทั้งสอง ในวันขายทอดตลาดจำเลยที่ ๑ ได้มอบอำนาจให้นายจุงกวง แซ่จู ไปพบโจทก์ที่ ๒ ว่า หากมีผู้เสนอราคาต่ำกว่าห้าแสนบาทให้ถอนการขายแล้วประกาศขายใหม่ โจทก์ที่ ๒ ขายที่ดินราคาเพียง๒๙๔,๙๐๐ บาท ซึ่งขัดคำสั่งของจำเลยที่ ๑ ไม่ผูกพันจำเลยที่ ๑ นายองุ่นสุวรรณมีระ ทนายของจำเลยที่ ๑ มีหนังสือมอบโฉนดให้โจทก์ที่ ๒ ไปขายทอดตลาดนั้น ไม่ใช่ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากจำเลยที่ ๑ แต่กระทำในฐานะทนายในคดีดังกล่าวเท่านั้น จำเลยที่ ๒ ให้การต่อสู้คดี แต่ต่อมายื่นคำร้องว่า หากศาลพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ แพ้คดีจำเลยที่ ๒ พร้อมจะไปจดทะเบียนปลดจำนองเพื่อให้โจทก์ที่ ๑ รับโอนไปและพร้อมจะรับเงินตามฟ้อง จึงขอถอนคำให้การของจำเลยที่ ๒ และแถลงไม่ต่อสู้คดี ศาลอนุญาตให้ถอนคำให้การได้ ศาลชั้นต้นฟังว่า นายองุ่นเป็นตัวแทนและตัวแทนเชิดของจำเลยที่ ๑ ในการขายทอดตลาด โจทก์ที่ ๒ ขายทอดตลาดที่ดินพิพาทโดยชอบแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองไปจดทะเบียนปลดจำนองแล้วโอนขายที่ดินพิพาทให้โจทก์ที่ ๑ ในราคา ๒๔๙,๙๐๐ บาท ถ้าไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษานี้เป็นการแสดงเจตนาแทนให้จำเลยที่ ๒ รับชำระหนี้ในยอดเงินนี้ ที่โจทก์ที่ ๒ ได้รับไว้จากการขายที่ดิน จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยที่ ๑ ได้ขอให้นายองุ่นไปจัดการขอโฉนดจากธนาคารแล้วนำไปมอบให้บริษัทโจทก์ที่ ๒ แสดงอยู่แล้วว่าจำเลยที่ ๑มอบหมายให้นายองุ่นซึ่งเป็นทนายของตนจัดการเรื่องขายทอดตลาดที่ดินนี้ให้เรียบร้อย นายองุ่นยังปฏิบัติการอีกหลายอย่างคือโจทก์ที่ ๒ ตอบรับโฉนดแล้วขอให้นายองุ่นติดต่อพาไปดูที่ดินที่จะขายทอดตลาดต่อมานายองุ่นได้รับประกาศขายทอดตลาดแล้ว นายองุ่นกับนายจุงกวงและเจ้าหน้าที่ธนาคารจำเลยที่ ๒ ได้ไปที่บริษัทโจทก์ที่ ๒ ในวันขายทอดตลาดและร่วมปรึกษาหารือถึงการขายทอดตลาดตลอดจนเสร็จสิ้นการประพฤติปฏิบัติของนายองุ่นเช่นนี้ต้องถือว่าจำเลยที่ ๑ มอบหมายให้นายองุ่นเป็นตัวแทนของตนในเรื่องการขายทอดตลาด เมื่อนายองุ่นได้รับหนังสือแจ้งการโอนที่ดินจากโจทก์ที่ ๒ และเรื่องจำเลยที่ ๑, ๒ ไม่ไปโอนที่ดิน ขอให้นายองุ่นนัดวันโอน นายองุ่นไม่เคยโต้แย้งว่าไม่ใช่ตัวแทนจำเลยที่ ๑ กลับโทรศัพท์ไปบอกนายจุงกวงซึ่งเป็นญาติกับจำเลยที่ ๑ แต่นายจุงกวงว่าจำเลยที่ ๑ ไม่อยู่ แสดงว่านายองุ่นโทรศัพท์ถามถึงจำเลยที่ ๑ เพื่อจะแจ้งวันโอนที่ดินนั่นเอง จึงฟังได้อย่างแน่ชัดว่านายองุ่นเป็นตัวแทนจำเลยที่ ๑ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1835/2514 นางสุรีย์ มนูทัศน์ ที่ 1 บริษัทวิเศษพาณิชยการ จำกัด โดยนายวิเศษ จันทโรจนวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ที่ 2 โจทก์ นายเล็ก จุลโสภณศรี หรือจุลโสภณ ที่ 1 ธนาคารเกษตร จำกัด หรือธนาคารกรุงไทย จำกัด โดยนายจำรัส จตุภัทร กรรมการผู้จัดการ ที่ 2

รายละเอียดคดี

คู่ความจำกัด - นางสุรีย์ มนูทัศน์ ที่ 1 บริษัทวิเศษพาณิชยการ · โจทก์ - โดยนายวิเศษ จันทโรจนวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ที่ 2 · จำกัด - นายเล็ก จุลโสภณศรี หรือจุลโสภณ ที่ 1 ธนาคารเกษตร · 2 - หรือธนาคารกรุงไทย จำกัด โดยนายจำรัส จตุภัทร กรรมการผู้จัดการ ที่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วินัย ทองลงยา · ประสาท สุคนธมาน · อาจิต ไชยาคำ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวิถี ปานะบุตร · ศาลอุทธรณ์ - นายประพนธ์ ศาตะมาน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 707/2507ฎีกา 5523/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 2675/2527ฎีกา 53/2525ฎีกา 735/2491ฎีกา 114/2536ฎีกา 1972/2500ฎีกา 1451/2512ฎีกา 225/2530ฎีกา 6/2475ฎีกา 597/2534ฎีกา 6320/2541ฎีกา 2763/2536ฎีกา 6258/2550ฎีกา 710/2542ฎีกา 2438/2535ฎีกา 6911/2544ฎีกา 6101/2539ฎีกา 5351/2538ฎีกา 1630/2509ฎีกา 2606-2616/2529ฎีกา 3190/2530ฎีกา 158/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา