⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 715/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 715/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ทำให้สัตว์ในธรรมชาติเข้ามาอยู่ในความครอบครองของตน ย่อมถือว่าสัตว์นั้นอยู่ในความครอบครองของผู้กระทำ และการเอาทรัพย์นั้นไปโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย ย่อมเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

โจทก์สูบน้ำออกจากหนองเพื่อจับปลาจนน้ำแห้งสามารถจับปลาได้แล้ว ย่อมถือว่าปลาในหนองอยู่ในความครอบครองของโจทก์ไม่ว่าหนองนั้นจะเป็นหนองสาธารณะหรือไม่จำเลยใช้ปืนขู่ห้ามมิให้โจทก์จับปลาในหนอง แล้วให้พวกของจำเลยจับปลาในหนองไป ย่อมมีความผิดฐานชิงทรัพย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.339 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1320 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1321

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันลักปลาของนายพังซึ่งอยู่ในความครอบครองดูแลรักษาของโจทก์ไป โดยจำเลยที่ 1 ใช้ปืนสั้นขู่จะทำร้ายโจทก์เพื่อความสะดวกในการลักทรัพย์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339, 340, 83 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว สั่งประทับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดฐานชิงทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 ให้จำคุก 1 ปี จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งเป็นองค์คณะในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์กับบุตรโจทก์สูบน้ำออกจากหนองเพื่อจับปลาจนน้ำแห้งแล้ว จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านท้องที่นั้นกับพวกประมาณ 10 คนมาที่หนอง จำเลยที่ 1 พูดว่าหนองนี้เป็นหนองสาธารณะ จับเอาปลาไปไม่ได้ ชีวิตกับปลาเอาอย่างไหนแล้วชักปืนออกขู่โจทก์ห้ามมิให้โจทก์เอาปลาในหนองไป แล้วจำเลยที่ 1สั่งให้พวกของตนเก็บเอาปลาในหนองไป จำเลยที่ 1 เข้าใจว่าหนองดังกล่าวเป็นหนองสาธารณะ จึงวินิจฉัยว่า หนองที่โจทก์สูบน้ำจับปลานี้จะเป็นหนองสาธารณะหรือไม่ก็ตาม เมื่อโจทก์สูบน้ำในหนองแห้งเสร็จเพื่อจะจับปลาในหนองนั้นได้แล้วถือได้ว่าปลานั้นอยู่ในความครอบครองของโจทก์ การที่จำเลยที่ 1 ขู่ห้ามโจทก์มิให้เอาปลาดังกล่าวนั้นไป แม้จำเลยที่ 1 จะไม่ได้เอาปลาไป แต่สั่งให้พวกที่มากับจำเลยที่ 1 เอาปลานั้นไป ก็เป็นการกระทำร่วมกันเพื่อเอาปลาที่อยู่ในความครอบครองของโจทก์ไป การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำโดยมิได้มีอำนาจที่จะกระทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นการกระทำโดยทุจริตที่ศาลล่างทั้งสองฟังว่าจำเลยที่ 1 กระทำผิด ชอบด้วยเหตุผลแล้ว แต่ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นสมควรรอการลงโทษ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นว่า ให้รอการลงโทษจำเลยที่ 1 ไว้มีกำหนดหนึ่งปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 715/2515 นายคำมี แก้วไพฑูรย์ โจทก์ นายบุญ ฮองต้น กับพวกรวม 6 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายคำมี แก้วไพฑูรย์ · จำเลย - นายบุญ ฮองต้น กับพวกรวม 6 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนับ คัมภีรยส · สุธรรม วรรณแสง · วิกรม เมาลานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 529/2509ฎีกา 3144/2527ฎีกา 6320/2533ฎีกา 2530/2527ฎีกา 368/2468ฎีกา 5999/2544ฎีกา 213/2554ฎีกา 3294/2527ฎีกา 2457/2530ฎีกา 778/2519ฎีกา 831/2532ฎีกา 1985/2531ฎีกา 600/2544ฎีกา 3779/2536ฎีกา 515/2481ฎีกา 8192/2553ฎีกา 3380/2531ฎีกา 3227/2543ฎีกา 2674/2532ฎีกา 4268/2552ฎีกา 851/2487ฎีกา 1595/2532ฎีกา 1280/2513ฎีกา 4066/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา