⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1320/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1320/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดหลายกรรมรวมกัน แม้บางกรรมอยู่ในอำนาจศาลทหารและบางกรรมไม่อยู่ในอำนาจศาลทหาร แต่หากมีกรรมใดกรรมหนึ่งอยู่ในอำนาจศาลทหาร ศาลทหารย่อมมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนั้นได้ทั้งหมด

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลพลเรือนขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276, 284, 309 เหตุเกิดในระหว่างประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักรตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2514 และความผิดตามมาตรา 284 นั้น อยู่ในอำนาจศาลทหารที่จะพิจารณาพิพากษาตามความในข้อ 1 ของประกาศดังกล่าวประกอบกับบัญชีท้ายประกาศ ข้อ (6) อีกทั้งคดีนี้ประกอบด้วยการกระทำหลายอย่าง แม้การกระทำผิดตามมาตรา 276 และ 309 นั้นไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 2 แต่ก็อยู่ในอำนาจศาลทหารที่จะพิจารณาพิพากษาด้วยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 36 ลงวันที่ 9 มกราคม 2515 ความผิดทุกข้อหาในคดีนี้จึงมิได้อยู่ในอำนาจศาลพลเรือน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.276 ประมวลกฎหมายอาญา ม.284 ประมวลกฎหมายอาญา ม.309

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๖ เวลากลางคืนจำเลยกับพวกได้ร่วมกันใช้ปืนยิงขู่เข็ญนางสาวโปยกับพวกให้ตกใจกลัวว่าเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายและเสรีภาพ และจำเลยกับพวกใช้เท้าเตะนางสาวโปยล้มลง แล้วฉุดไปร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖, ๒๘๑, ๒๘๔, ๓๐๙, ๘๓ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ข้อ ๗, ๙ และ ๑๐ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖, ๒๘๔ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๗๖ จำคุก ๑๒ ปี ตามมาตรา ๒๘๔ จำคุก ๓ ปี รวมจำคุก ๑๕ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีของโจทก์ตกอยู่ในฐานะสงสัยว่าจำเลยอาจไม่ใช่ผู้กระทำผิดพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖, ๒๘๔, ๓๐๙ เกิดเหตุคดีนี้ในระหว่างประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักรตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๒ ลงวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๔ อยู่ในอำนาจศาลทหารที่จะพิจารณาพิพากษาตามความในข้อ ๑ ของประกาศดังกล่าว ประกอบกับบัญชีท้ายประกาศ ข้อ (๖) อีกทั้งคดีนี้ประกอบด้วยการกระทำหลายอย่างแม้การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖และ ๓๐๙ นั้น ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าว แต่ก็อยู่ในอำนาจศาลทหารที่จะพิจารณาพิพากษาด้วยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๖ ลงวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๑๕ ความผิดทุกข้อหาในคดีนี้ จึงมิได้อยู่ในอำนาจศาลพลเรือน การที่ศาลจังหวัดนครราชสีมาและศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาคดีนี้มานั้นไม่ชอบด้วยกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจศาล จึงพิพากษาให้ยกฎีกาโจทก์ และคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองเสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1320/2517 พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายสมพงษ์หรือเจิ๊บ เลี้ยงภักดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายสมพงษ์หรือเจิ๊บ เลี้ยงภักดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สรรเสริญ ไกรจิตติ · สนับ คัมภีรยส · รื่น วิไลชนม์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายอธิราช มณีภาค · ศาลอุทธรณ์ - นายสง่า อำพันแสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1927/2515ฎีกา 3718/2547ฎีกา 974-975/2554ฎีกา 1357/2545ฎีกา 3607/2531ฎีกา 2759/2532ฎีกา 2249/2520ฎีกา 949/2530ฎีกา 1514/2532ฎีกา 5165/2548ฎีกา 19406/2555ฎีกา 2375/2541ฎีกา 1511/2520ฎีกา 213/2554ฎีกา 891/2521ฎีกา 1590/2503ฎีกา 1734-1735/2532ฎีกา 2740/2523ฎีกา 51/2517ฎีกา 830/2469ฎีกา 312/2558ฎีกา 1974/2539ฎีกา 459/2518ฎีกา 1436/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา