คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1852/2517
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งรับรองว่าจะชดใช้หนี้แทนบริษัทเป็นการส่วนตัว ย่อมผูกพันบุคคลนั้นให้ร่วมชำระหนี้แทนบริษัทด้วย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยที่ 2 เป็นประธานกรรมการของบริษัทจำกัด จำเลยที่3จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการเป็นคนไม่มีหลักฐานอย่างใดการดำเนินการขอใช้กระแสไฟฟ้าของโจทก์ในกิจการของบริษัทจำเลยที่ 3 นั้น จำเลยที่ 2 เป็นผู้ไปติดต่อเมื่อโจทก์ทวงถามค่ากระแสไฟฟ้าที่ค้างชำระจำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้แล้วหลบหนีไปเสีย จำเลยที่ 2 ไปติดต่อกับโจทก์ว่าทรัพย์สินของบริษัทไม่มีอะไร จำเลยที่ 2 รับรองว่าจะชดใช้ค่ากระแสไฟฟ้าที่ติดค้างให้โจทก์ขอให้โจทก์จ่ายกระแสไฟฟ้าให้ต่อไป และให้ถือเป็นเรื่องส่วนตัวของจำเลยที่ 2 หากไม่รับรองดังนี้โจทก์ก็คงไม่จ่ายกระแสไฟฟ้าให้ต่อไป แต่แล้วจำเลยที่ 2ก็ไม่ชำระค่ากระแสไฟฟ้าให้โจทก์ความผูกพันของจำเลยที่ 2 ที่เข้ารับจะชำระหนี้แทนบริษัทจำเลยที่ 3 ดังกล่าวเป็นไปในลักษณะอันเป็นการส่วนตัวอีก ศาลย่อมพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ร่วมชำระหนี้ค่ากระแสไฟฟ้าแก่โจทก์ด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญาซื้อกระแสไฟฟ้าจากโจทก์เพื่อใช้ในกิจการของบริษัทจำเลยที่ ๓ แล้วจำเลยไม่จ่ายค่ากระแสไฟฟ้าให้โจทก์ จำเลยที่ ๑ ทำสัญญารับสภาพหนี้ไว้แล้วก็หลบหนีไป จำเลยที่ ๒ จึงมาเจรจาขอชำระหนี้แทนโดยกระทำการอันหลอกลวงเพื่อให้โจทก์จ่ายกระแสไฟฟ้าให้ต่อไป แล้วก็ไม่ชำระ โจทก์จึงงดจ่ายกระแสไฟฟ้าปรากฏว่าจำเลยคงค้างชำระค่ากระแสไฟฟ้าเป็นเงิน ๕๑๑,๑๐๘ บาท จึงขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้ให้โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ย
จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒, ๓ ให้การว่า จำเลยที่ ๓ ซื้อกระแสไฟฟ้าจากโจทก์จริง แต่ไม่เคยติดค้างโจทก์ไม่เคยแจ้งให้จำเลยที่ ๒ ชำระหนี้ จำเลยที่ ๒ ไม่เคยรับรองว่าจะจ่ายค่ากระแสไฟฟ้าให้การที่จำเลยที่ ๑ ทำสัญญารับสภาพหนี้เป็นการกระทำในฐานะส่วนตัวของจำเลยที่ ๑ เอง จำเลยอื่นไม่ได้รู้เห็นยินยอม ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน ๕๑๑,๑๐๘ บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีนับแต่วันผิดนัดจนกว่าจะชำระเงินเสร็จให้แก่โจทก์
จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยที่ ๒ ฎีกาต่อมาในประเด็นเดียวว่า จำเลยที่ ๒ ในฐานะประธานกรรมการบริษัทจำเลยที่ ๓ ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัวต่อโจทก์
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๒ เป็นประธานกรรมการบริษัทจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๑ เป็นกรรมการผู้จัดการเป็นคนไม่มีหลักฐานอย่างใดการดำเนินการขอใช้กระแสไฟฟ้าของโจทก์ในกิจการของบริษัทจำเลยที่ ๓ นั้นจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ไปติดต่อเมื่อโจทก์ทวงถามค่ากระแสไฟฟ้าที่ค้างชำระจำเลยที่ ๑ ก็ได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้แล้วหลบหนีไปเสียจำเลยที่ ๒ ไปติดต่อกับโจทก์ว่าทรัพย์สินของบริษัทไม่มีอะไรจำเลยที่ ๒ รับรองว่าจะชดใช้ค่ากระแสไฟฟ้าที่ติดค้างให้โจทก์ ขอให้โจทก์จ่ายค่ากระแสไฟฟ้าให้ต่อไป และให้ถือเป็นเรื่องส่วนตัวของจำเลยที่ ๒ หากไม่รับรองดังนี้โจทก์ก็คงไม่จ่ายกระแสไฟฟ้าให้ต่อไป แต่แล้วจำเลยที่ ๒ ก็ไม่ชำระค่ากระแสไฟฟ้าให้โจทก์ความผูกพันของจำเลยที่ ๒ ที่เข้ารับจะชำระหนี้แทนบริษัทจำเลยที่ ๓ ดังกล่าวเป็นไปในลักษณะอันเป็นการส่วนตัวอีกด้วย ศาลย่อมพิพากษาให้จำเลยที่ ๒ ร่วมชำระหนี้ค่ากระแสไฟฟ้าแก่โจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1852/2517
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (นายทวี อัศวนนท์) ผู้ว่าการ
โดยนายสันทัด ณ สงขลา ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์
นายอารีย์ ลีฬหนันท์
คน
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ผู้ว่าการ - การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (นายทวี อัศวนนท์) · โจทก์ - โดยนายสันทัด ณ สงขลา ผู้รับมอบอำนาจ · ลีฬหนันท์ - นายอารีย์ · คน - |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิชัย รชตะนันทน์ · ศวิต สมหวัง · อุดม ทันด่วน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตะกั่วป่า - นายสง่า ศิลปประสิทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพยนต์ ยาวะประภาษ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา