⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 563/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 563/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เยาว์จะเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีอาญาได้ ต้องกระทำโดยผู้แทนตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหายเป็นผู้เยาว์เข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการโดยบิดาให้ความยินยอมนั้นมิได้เป็นไปตามบทบังคับอันว่า ด้วยความสามารถของบุคคลตามกฎหมาย เพราะในคดีอาญานั้นผู้เยาว์จะเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้ต้องกระทำโดยผู้แทน ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 3, 5 และ 6

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.3 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.5 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.6 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.56

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานกระทำอนาจารเด็กหญิงเซาเด๊าะอายุ ๑๔ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๘ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๙ จำเลยให้การปฏิเสธ เด็กหญิงเซาเด๊าะผู้เสียหายโดยนายบือซาบิดาให้ความยินยอมร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๘ และประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๙ จำคุกจำเลยหกเดือน โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง และวินิจฉัยข้อกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องเด็กหญิงเซาเด๊าะผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมว่ากรณีเด็กหญิงเซาเด๊าะอายุ ๑๔ ปีจะเข้าเป็นโจทก์ร่วมได้ต้องกระทำโดยผู้แทนตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓, ๕และ ๖ การที่เด็กหญิงเซาเด๊าะขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมโดยความยินยอมของนายบือซาผู้เป็นบิดาซึ่งศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตนั้น มิได้เป็นไปตามบทบังคับอันว่าด้วยความสามารถของบุคคลตามกฎหมาย แต่ว่าจะยกฟ้องหรือไม่รับพิจารณาเสียทีเดียวดังไม่ได้ ชอบที่จะสั่งให้แก้ไขความบกพร่องเสียก่อนตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๖ วรรค ๔ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๖ และมาตรา ๑๕ เมื่อโจทก์ร่วมมิได้ฎีกาขึ้นมา และคดีไม่อาจทำให้คำวินิจฉัยของศาลฎีกาเกี่ยวกับปัญหาว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องของโจทก์หรือไม่เปลี่ยนแปลงไป การจะสั่งให้แก้ไขอำนาจฟ้องของโจทก์ร่วมให้ถูกต้องเสียก่อนในกรณีนี้จึงไม่จำเป็น เพราะไม่เกิดประโยชน์อย่างใด พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๘ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ข้อ ๙ จำคุก ๓ เดือน ให้รอการลงโทษไว้ ๒ ปี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 563/2517 พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี โจทก์ เด็กหญิงเซาเด๊าะ ลาเต๊ะ โจทก์ร่วม นายมามุ สาและ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี · โจทก์ร่วม - เด็กหญิงเซาเด๊าะ ลาเต๊ะ · จำเลย - นายมามุ สาและ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิทูร เทพพิทักษ์ · เสถียร ลิมปิษเฐียร · ศิริ อติโพธิ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปัตตานี - นายสมพล สัตยาอภิธาน · ศาลอุทธรณ์ - นายประถม วิเชียรเนตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 2918/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1305/2547ฎีกา 3293/2530ฎีกา 380/2496ฎีกา 230/2510ฎีกา 4046/2536ฎีกา 913/2538ฎีกา 1889/2511ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 164/2553ฎีกา 185/2566ฎีกา 618/2568ฎีกา 2159/2556ฎีกา 6911/2544ฎีกา 3593/2529ฎีกา 7937/2538ฎีกา 3604/2533ฎีกา 6321/2544ฎีกา 235/2540ฎีกา 3329/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา