คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1050/2518
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การหลีกเลี่ยงการชำระค่าธรรมเนียมศาลโดยการยื่นคำร้องอันเป็นเท็จว่ายากจน ไม่มีทรัพย์สินพอจะจำหน่ายจ่ายโอนเพื่อหาเงินมาเสียค่าธรรมเนียมได้นั้น ผู้เสียหายโดยตรงคือศาล หาใช่บุคคลอื่นไม่
ย่อคำพิพากษา
การที่กฎหมายบัญญัติให้ชำระค่าธรรมเนียมศาลนั้น เป็นวิธีการอย่างหนึ่งในการเก็บเป็นรายได้ของรัฐบาล เมื่อมีการหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าธรรมเนียมศาล ศาลย่อมเป็นผู้เสียหาย บุคคลอื่นหาใช่ผู้เสียหายโดยตรงไม่
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งแพ้คดีแพ่งได้ยื่นคำร้องและเบิกความในการขออุทธรณ์และฎีกาอย่างคนอนาถาอันเป็นเท็จว่า จำเลยยากจนไม่มีทรัพย์สินพอจะจำหน่ายจ่ายโอนเพื่อหาเงินมาเสียค่าธรรมเนียมได้ ทำให้โจทก์เสียหายโดยต้องอ้างพยานมาสืบต่อสู้ ต้องเสียค่าธรรมเนียมค่าทนายและค่าใช้จ่าย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137,177 ดังนี้ ศาลย่อมพิพากษายกฟ้อง เพราะโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง ไม่มีอำนาจฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยถูกศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่ออกไปจากไร่ของโจทก์ในระหว่างอุทธรณ์และฎีกา จำเลยทั้งสองเอาความที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จแจ้งต่อศาลจังหวัดลพบุรี ผู้พิจารณาคดีนั้นซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย โดยจำเลยยื่นคำร้องขออุทธรณ์และฎีกาอย่างคนอนาถาอันเป็นเท็จว่า จำเลยยากจนไม่มีทรัพย์สินพอที่จะจำหน่ายจ่ายโอนเพื่อหาเงินมาเสียค่าธรรมเนียมในการยื่นอุทธรณ์ฎีกาได้ ความจริงจำเลยเป็นคนมีฐานะ มีทรัพย์สินหลายอย่างไม่ใช่คนยากจน การยื่นคำร้องขออุทธรณ์และฎีกาดังกล่าวของจำเลยทำให้โจทก์เสียหายต้องอ้างพยานมาสืบต่อสู้ เสียค่าธรรมเนียมค่าทนายและค่าใช้จ่าย และจำเลยที่ ๑ ได้บังอาจเอาความที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จมาเบิกในการพิจารณาคดีดังกล่าวว่าจำเลยที่ ๑ ยากจนไม่มีทรัพย์สินจะเอาจำหน่ายเป็นค่าธรรมเนียมได้ ความจริงจำเลยมีฐานะดี มีทรัพย์สินหลายอย่าง ข้อความที่จำเลยเบิกความเท็จเป็นประเด็นสำคัญในการพิจารณาคดี ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙,๙๐,๙๑,๑๓๗ และ ๑๗๗
ศาลชั้นต้นให้งดการไต่สวนมูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์มิใช่ผู้เสียหายโดยตรง พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่กฎหมายบัญญัติให้ชำระค่าธรรมเนียมศาลเป็นวิธีการอย่างหนึ่งของรัฐในการเก็บเป็นรายได้ของรัฐบาล เมื่อมีการหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าธรรมเนียมศาล ศาลเป็นผู้เสียหาย บุคคลอื่นหาใช่ผู้เสียหายโดยตรงไม่ ดังนั้นการที่ศาลจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ผู้ใดฟ้องอุทธรณ์หรือฎีกาอย่างคนอนาถาโดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ย่อมเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของศาลเองเท่านั้น โจทก์ไม่ใช่เป็นผู้เสียหายโดยตรงในคดีนี้
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1050/2518
นายจเร คุ้มสุด โจทก์
นายหวล ดาวลอย ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายจเร คุ้มสุด · ล. - นายหวล ดาวลอย ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชลอ จามรมาน · เฉลิม กรพุกกะณะ · พิสัณห์ ลีตเวทย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดลพบุรี - นายประเสริฐ ศรีสุข · ศาลอุทธรณ์ - นายสุจริต ถาวรสุข |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา