⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2147/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2147/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยมีสิทธิสืบพยานเพื่อพิสูจน์ว่าโจทก์เป็นเพียงตัวแทนของเจ้าหนี้ที่แท้จริง และจำเลยได้ชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ที่แท้จริงแล้ว แม้จะมีสัญญากู้ยืมเงินระบุชื่อโจทก์เป็นผู้ให้กู้ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินกู้แก่โจทก์ตามสำเนาสัญญากู้ยืมเงินท้ายฟ้องพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยกู้เงินโจทก์ ไม่เคยได้รับเงินใด ๆ จากโจทก์ จำเลยเคยกู้เงิน ผ. ต่อมา ผ.ต้องการหลักฐานการกู้ยืมแต่ไม่มีประสงค์จะมีชื่อในเอกสารจึงให้ลงชื่อโจทก์แทนไว้ สัญญากู้ท้ายฟ้องไม่สมบูรณ์ ไม่มีมูลหนี้ใด ๆ ระหว่างโจทก์จำเลย ทำขึ้นเพื่อปกปิดชื่อเจ้าหน้าหนี้ที่แท้จริงในนิตกรรมระหว่างจำเลยกับ ผ.เท่านั้น ทั้งจำเลยได้ชำระหนี้ให้ ผ.เรียบร้อยแล้ว ดังนี้ เท่ากับจำเลยอ้างว่าโจทก์มีชื่อเป็นผู้ให้กู้ในฐานะตัวแทน ผ. เจ้าหนี้ที่แท้จริงคือ ผ. และจำเลยได้ชำระหนี้รายนี้แก่ ผ. เจ้าหนี้ที่แท้จริงแล้ว มีเอกสารมาแสดง จำเลยมีสิทธิสืบพยานประกอบข้ออ้างของจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.650 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินกู้แก่โจทก์ตามสำเนาสัญญากู้เงินท้ายฟ้องพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยกู้เงินโจทก์ไม่เคยเป็นหนี้โจทก์ และไม่เคยรับเงินใด ๆ จากโจทก์ จำเลยเคยกู้เงินพระมหาผล ต่อมาพระมหาผลต้องการหลักฐานการกู้ยืม แต่ไม่ประสงค์จะมีชื่อในเอกสาร จึงให้โจทก์ลงชื่อแทนไว้ เจ้าหนี้ผู้ให้กู้ที่แท้จริงคือพระมหาผล โจทก์ไม่ใช่เจ้าหนี้ จึงไม่มีเจ้าหนี้ จึงไม่มีอำนาจฟ้อง สัญญากู้ท้ายฟ้องไม่สมบูรณ์ไม่มีมูลหนี้ใด ๆ ระหว่างโจทก์จำเลยทำขึ้นเพื่อปกปิดชื่อเจ้าหนี้ที่แท้จริงในนิติกรรมระหว่างไม่มีมูลหนี้ใด ๆ ระหว่างโจทก์จำเลยทำขึ้นเพื่อปกปิดชื่อเจ้าหนี้ที่แท้จริงในนิติกรรมระหว่างจำเลยกับพระมหาผลเท่านั้น ทั้งจำเลยได้ชำระหนี้ให้พระมหาผลเรียบร้อยแล้ว หนี้รายนี้จึงระงับ ศาลชั้นต้นเห็นว่า หากให้จำเลยนำสืบตามข้อต่อสู้ก็เท่ากับให้จำเลยนำพยานบุคคลเข้าสืบเพิ่มเติมเอกสารสัญญากู้ที่จำเลยทำไว้กับโจทก์ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ จึงให้งดเสีย แล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนการพิจารณาสืบพยานของคู่ความแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี โจทก์ฎีกาขอให้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามสำเนาสัญญากู้ยืมเงินท้ายฟ้องพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยกู้เงินโจทก์ ไม่เคยได้รับเงินใด ๆ จากโจทก์ จำเลยเคยกู้เงินพระมหาผลต่อมาพระมหาผลต้องการหลักฐานการกู้ยืม แต่ไม่ประสงค์จะมีชื่อในเอกสารจึงให้ลงชื่อโจทก์แทนไว้ สัญญากู้ท้ายฟ้องไม่สมบูรณ์ ไม่มีมูลหนี้ใด ๆ ระหว่างโจทก์จำเลย ทำขึ้นเพื่อปกปิดชื่อเจ้าหนี้ที่แท้จริงในนิติกรรมระหว่างจำเลยกับพระมหาผลเท่านั้น ทั้งจำเลยได้ชำระหนี้ให้พระมหาผลเรียบร้อยแล้วเท่ากับจำเลยอ้างว่าโจทก์มีชื่อเป็นผู้ให้กู้ในฐานะเป็นตัวแทนพระมหาผล เจ้าหนี้ที่แท้จริงคือพระมหาผล และจำเลยได้ชำระหนี้รายนี้แก่พระมหาผลเจ้าหนี้ที่แท้จริงแล้ว โดยมีเอกสารมาแสดง จำเลยมีสิทธินำสืบพยานประกอบข้ออ้างของจำเลยได้ พิพากษายืน (จันทร์ ระรวยทรง สุเมธ ทิพยมนตรี สุมิตร พักทองพรรณ) ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2147/2518 นางอุไร ภูมิพาณิชย์พงษ์ โจทก์ นายวิโรจน์ ศฤงคาร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอุไร ภูมิพาณิชย์พงษ์ · จำเลย - นายวิโรจน์ ศฤงคาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายวินัย ศิริชนแสง · ศาลอุทธรณ์ - นายแถมชัย สิทธิไตรย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3245/2534ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 1561/2520ฎีกา 425/2520ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 1578/2493ฎีกา 8732/2549ฎีกา 6801/2540ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 794/2509ฎีกา 1550/2493ฎีกา 1896/2492ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 3649/2525ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 2356/2534ฎีกา 6848/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา