⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 932/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 932/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้ขายไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินให้แก่ผู้ซื้อได้โดยมิใช่ความผิดของผู้ซื้อ ผู้ขายต้องรับผิดคืนราคา ทรัพย์สิน และค่าเสียหายอื่น ๆ ที่ผู้ซื้อได้รับจากการถูกรอนสิทธิ แม้ผู้ขายจะมิได้ประมาทเลินเล่อก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ช. ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์คันพิพาทมาจากบริษัท อ. และขณะเดียวกัน ช. ได้ทำสัญญาให้จำเลยเช่าซื้อต่อไป จำเลยผ่อนชำระค่าเช่าซื้อให้ ช. เสร็จสิ้นแล้ว แต่ ช. มิได้โอนทะเบียนรถคันพิพาทให้จำเลย ต่อมาจำเลยได้ขายรถคันพิพาทให้โจทก์ โดยโจทก์ชำระราคาแก่จำเลยครบถ้วนแล้ว และโจทก์ได้นำรถคันพิพาทไปจ้างซ่อมเสียค่าจ้างซ่อมไปอีก แต่เนื่องจาก ช. ไม่ชำระค่าเช่าซื้อให้แก่บริษัท อ. เกินกว่าสองงวด เป็นการผิดสัญญา พนักงานบริษัท อ. จึงได้ยึดรถคันพิพาทไป ดังนี้เมื่อจำเลยไม่สามารถโอนรถคันพิพาทให้แก่โจทก์ได้โดยมิใช่ความผิดของโจทก์ เพราะการที่รถคันพิพาทถูกยึดไปนั้นเป็นสิทธิที่ชอบด้วยกฎหมายของบริษัท อ.เจ้าของที่แท้จริง โจทก์ไม่มีอำนาจที่จะโต้แย้งได้ ถือได้ว่าโจทก์ถูกรอนสิทธิ จำเลยต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 475 แม้จำเลยจะมิได้ประมาทเลินเล่อก็ตาม จำเลยต้องคืนราคารถคันพิพาทแก่โจทก์ และการที่โจทก์ต้องซ่อมรถคันพิพาทเสียค่าซ่อมไปนั้น ก็ถือว่าเป็นค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายที่โจทก์ได้รับเนื่องมาจากที่โจทก์ถูกรอนสิทธิ โจทก์มีสิทธิเรียกร้องเอาจากจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.475 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.479 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยหลอกลวงโจทก์ว่าจำเลยมีกรรมสิทธิรถแทรคเตอร์ยี่ห้อฟอร์ด จำเลยจะขายให้โจทก์ โจทก์หลงเชื่อจึงได้ทำหนังสือสัญญาซื้อขายรถดังกล่าวราคา ๒๕,๐๐๐ บาท โจทก์ได้ชำระราคาให้จำเลยรับไปครบถ้วนแล้ว จำเลยได้มอบรถดังกล่าวให้โจทก์ ความจริงรถดังกล่าวเป็นของบริษัทแองโกลไทยมอเตอร์จำกัด โจทก์ได้ซ่อมแซมรถจนมีสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี ต่อมาบริษัทแองโกลไทยมอเตอร์ จำกัด ได้มายึดรถดังกล่าวไป โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยทราบ และบอกเลิกสัญญากับจำเลย และให้จำเลยคืนราคารถ ชดใช้ค่าเครื่องอุปกรณ์ซ่อมรถและค่าจ้างซ่อมรถรวมเป็นเงิน ๔๕,๗๖๖ บาท จำเลยไม่ชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ จึงขอให้พิพากษาบังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายเงิน ๔๕,๗๖๖ บาท แก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยเช่าซื้อรถคันดังกล่าวจากบริษัทแองโกลไทยมอเตอร์ จำกัด โดยนายชูชาติเป็นผู้ให้เช่าซื้อแทนในราคา ๑๒๗,๖๐๒ บาท ตกลงกันว่าเมื่อชำระเงินครบทุกงวดแล้ว จำเลยจึงจะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในรถดังกล่าว ต่อมาจำเลยชำระค่าเช่าซื้อจนครบให้กับนายชูชาติในฐานะตัวแทน จำเลยขอให้นายชูชาติโอนทะเบียนรถให้ นายชูชาติขอผัดทำโอน ต่อมาจำเลยขายให้โจทก์ต่อในราคา ๒๕,๐๐๐ บาท ตามฟ้องโดยโจทก์ทราบจากนายชูชาติแล้วว่าจำเลยไม่ได้ติดค้างค่าเช่าซื้อ ฯลฯ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนเงินราคารถ ๒๕,๐๐๐ บาทกับค่าอุปกรณ์รถและค่าจ้างซ่อมรถอีก ๑๙,๗๑๐ บาท รวม ๔๔,๗๑๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งนับจากวันฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ข้อเท็จจริงฟังได้ความว่า รถคันพิพาทเป็นของบริษัทแองโกลไทยมอเตอร์ จำกัด นายชูชาติ สุจริตชัย ซึ่งเป็นตัวแทนบริษัทได้ทำหนังสือสัญญาเช่าซื้อรถคันพิพาทไว้จากบริษัทเสียเอง แต่ในขณะเดียวกันนายชูชาติก็ได้ทำหนังสือสัญญาเช่าซื้อรถคันพิพาทให้กับจำเลยไป เมื่อจำเลยผ่อนชำระราคาเช่าซื้อรถคันพิพาทให้กับนายชูชาติครบถ้วนแล้ว นายชูชาติก็มิได้จัดการโอนรถคันพิพาทให้จำเลย แต่กลับปรากฎว่านายชูชาติผิดนัดไม่ผ่อนชำระราคาเกินกว่าสองงวดให้กับบริษัทแองโกลไทยมอเตอร์ จำกัด จำเลยได้ขายรถคันพิพาทให้แก่โจทก์ในราคา ๒๕,๐๐๐ บาท โดยชำระราคากันครบถ้วนแล้ว ในขณะที่จำเลยนำรถคันพิพาทไปซ่อมอยู่ที่อู่หลังจากที่ซื้อมาแล้ว พนักงานของบริษัทแองโกลไทยมอเตอร์จำกัดก็ได้มาทำการยึดรถคันพิพาทไปเนื่องจากนายชูชาติผิดสัญญาเช่าซื้อรถคันพิพาท ศาลฎีกาเห็นว่า ในเมื่อจำเลยไม่สามารถโอนรถคันพิพาทให้แก่โจทก์ได้โดยที่มิใช่ความผิดของโจทก์ เพราะการที่รถคันพิพาทถูกยึดไปนั้น เป็นสิทธิที่ชอบด้วยกฎหมายของบริษัทแองโกลไทยมอเตอร์จำกัดเจ้าของที่แท้จริง โจทก์ไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะโต้แย้งได้ จึงถือได้ว่าโจทก์ถูกรอนสิทธิตามกฎหมาย จำเลยต้องรับผิดในกรณีที่โจทก์ถูกรอนสิทธิดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๗๕ แม้จำเลยจะมิได้ประมาทเลินเล่อก็ตาม การที่โจทก์ต้องซ่อมรถคันพิพาทเสียเงินค่าซ่อมไปนั้น ก็ถือว่าเป็นค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายที่โจทก์ได้รับเนื่องมาจากการที่โจทก์ถูกรอนสิทธิดังกล่าว โจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกร้องเอาจากจำเลยได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 932/2518 นางสมใจ พันธ์เกษม โจทก์ นายสมบัติ บุญเงิน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสมใจ พันธ์เกษม · ล. - นายสมบัติ บุญเงิน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สอน ไชยสุต · ธานินทร์ กรัยวิเชียร · ธานินทร์ กรัยวิเชียร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชัยภูมิ - นายเสริม บุญทรงสันติกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายพยนต์ ยาวะประภาษ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 362/2522ฎีกา 765/2534ฎีกา 472/2526ฎีกา 5523/2536ฎีกา 2675/2527ฎีกา 698/2540ฎีกา 621/2519ฎีกา 4015/2528ฎีกา 7662/2546ฎีกา 5640/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1368/2510ฎีกา 1052/2509ฎีกา 1182/2491ฎีกา 967/2491ฎีกา 4258/2541ฎีกา 3537/2524ฎีกา 860/2525ฎีกา 2292/2515ฎีกา 1567/2513ฎีกา 8364/2544ฎีกา 2207/2524ฎีกา 952/2481ฎีกา 747/2484
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา