⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1674/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1674/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าของทรัพย์สินมอบทรัพย์สินให้แก่เจ้าพนักงานเพื่อการล่อซื้อหรือแสวงหาพยานหลักฐานเพื่อจับกุมผู้กระทำผิด ไม่ถือว่าเป็นการร่วมมือหรือจูงใจให้ผู้กระทำผิดกระทำความผิด และเจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิขอคืนทรัพย์สินนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานได้เรียกเงินจากโจทก์ร่วมสำหรับตนเองโดยมิชอบเพื่อช่วยเหลือมิให้ห้างที่โจทก์ร่วมเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น การที่โจทก์ร่วมนำเงินของกลางไปให้จำเลยตามแผนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจะได้จับกุมจำเลยนั้น จึงเป็นการแสวงหาพยานหลักฐานเพื่อผูกมัดตัวจำเลยผู้กระทำผิด โจทก์ร่วมหาได้สมัครใจให้เงินจำเลยไม่ จะถือว่าเป็นการร่วมมือ ส่งเสริมสนับสนุนหรือจูงใจให้จำเลยกระทำผิดไม่ได้ โจทก์ร่วมซึ่งเป็นเจ้าของแท้จริงและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดชอบที่จะร้องขอต่อศาลให้คืนเงินของกลางแก่โจทก์ร่วมได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.36

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายฐานเรียกเอาเงินจากโจทก์ร่วมโดยมิชอบ เพื่อช่วยมิให้ห้างซึ่งโจทก์ร่วมเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการต้องเสียภาษีการค้าเพิ่มขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149,154, 157 และขอให้ริบเงินของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ นายวิบูลย์ สินประสงค์ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 มีกำหนด 5 ปี 4 เดือน และริบเงินของกลาง 50,000 บาท เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาคดีนี้แล้ว โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอรับเงินของกลางคืน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ร่วมทราบฟ้องของพนักงานอัยการดีแล้วและขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมโดยถือเอาคำฟ้องของพนักงานอัยการซึ่งมีคำขอให้ริบเงินของกลางเป็นฟ้องของโจทก์ร่วมด้วย เมื่อศาลพิพากษาให้ริบเงินของกลาง ก็เป็นไปตามคำขอของโจทก์และโจทก์ร่วมแล้ว โจทก์ร่วมจึงมาร้องขอเงินคืนไม่ได้ให้ยกคำร้อง โจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานได้เรียกเงินจากโจทก์ร่วมสำหรับตนเองโดยมิชอบ เพื่อช่วยเหลือมิให้ห้างที่โจทก์ร่วมเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น การที่โจทก์ร่วมนำเงินของกลางไปให้จำเลยตามแผนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจะได้จับกุมจำเลยนั้น จึงเป็นการแสวงหาพยานหลักฐานเพื่อผูกมัดตัวจำเลยผู้กระทำผิด โจทก์ร่วมหาได้สมัครใจให้เงินจำเลยไม่จะถือว่าเป็นการร่วมมือ ส่งเสริมสนับสนุนหรือจูงใจให้จำเลยกระทำผิดไม่ได้โจทก์ร่วมซึ่งเป็นเจ้าของแท้จริงและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดชอบที่จะร้องขอต่อศาลให้คืนเงินของกลางดังกล่าวแก่โจทก์ร่วมได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 โดยไม่จำเป็นต้องอุทธรณ์คัดค้าน คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ให้ริบของกลางนั้น พิพากษากลับ ให้คืนเงินของกลาง 50,000 บาทแก่โจทก์ร่วม ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1674/2520 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นายวิบูลย์ สินประสงค์ โจทก์ นายสำรวย ม่วงนนท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นายวิบูลย์ สินประสงค์ · จำเลย - นายสำรวย ม่วงนนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพโรจน์ ไวกาสี · ประพจน์ ถิรวัฒน์ · สมคิด มงคลชาติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3036/2544ฎีกา 170/2536ฎีกา 2696/2526ฎีกา 651/2507ฎีกา 8091/2544ฎีกา 776/2547ฎีกา 1865/2521ฎีกา 665/2531ฎีกา 1137-1138/2467ฎีกา 2903/2536ฎีกา 2355/2548ฎีกา 3726/2525ฎีกา 6911/2544ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1639/2553ฎีกา 1567/2513ฎีกา 4647/2529ฎีกา 6506/2547ฎีกา 269/2537ฎีกา 612/2542ฎีกา 2234/2535ฎีกา 8844/2543ฎีกา 1369/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา